02 149 5555 ถึง 60

 

สธ.เตือนฮีทสโตรก เป็นมากช่วงฤดูร้อน ปชช.ต้องดูแลตัวเอง ปี’59ดับสังเวย60ศพ

สธ.เตือนฮีทสโตรก เป็นมากช่วงฤดูร้อน ปชช.ต้องดูแลตัวเอง ปี’59ดับสังเวย60ศพ

ปลัดสธ.เตือน มีนาคม-พฤษภาคม ระวังโรค “ฮีทสโตรก” อาการอ่อนเพลีย-คลื่นไส้-อาเจียน ตัวร้อน-ปวดหัว-ชีพจรเต้นเร็ว แนะปชช.ดูแลสุขภาพ-หลบแดด-งดก๊งสุรา เผยปี59เสียชีวิต60ราย เพราะเป็นปีร้อนสุด

เมื่อวันที่ 3มีนาคม นพ.สุขุม กาญจนพิมาย ปลัดกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ว่า ปีนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่า ประเทศไทยจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นกว่าทุกๆ ปี ซึ่งเป็นไปตามแนวโน้มของอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องและหากร่างกายปรับสภาพไม่ทันต่ออุณหภูมิที่สูงขึ้นจะเกิดการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ง่าย ทั้งนี้ กลุ่มอาการที่เกิดขึ้นเป็นได้ตั้งแต่อาการเพียงเล็กน้อย เช่น ผื่น ผดแดด บวมแดด ตะคริวแดด การเกร็งจากแดด ส่วนอาการที่รุนแรงจนอาจเสียชีวิต ได้แก่ เพลียแดด โรคลมร้อน หรือ ฮีทสโตรก (Heat Stroke) ถือว่าเป็นภัยใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม ผู้ป่วยจะมีอาการอ่อนเพลีย คลื่นไส้อาเจียน ไม่มีเหงื่อออก ตัวร้อนจัด ปวดศีรษะ ชีพจรเต้นเร็ว ความดันโลหิตลดลงและอาจเสียชีวิตได้ทันที

‘ทุกปีจะมีผู้ป่วยโรคเหตุปัจจัยจากความร้อนเข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลเฉลี่ยปีละประมาณ 3,500 ราย ข้อมูลเฝ้าระวังการเจ็บป่วยหรือเสียชีวิตเนื่องจากภาวะอากาศร้อนของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในช่วงฤดูร้อน ระหว่างเดือนมีนาคม-พฤษภาคม 2558-2560 มีผู้เสียชีวิตสูงสุดในปี 2559 จำนวน 60ราย ซึ่งเป็นปีที่มีอากาศร้อนกว่าทุกปี สำหรับหน้าร้อนปี 2561 พบผู้เสียชีวิต 18 ราย เป็นชาย 17 ราย หญิง 1 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ30 มีอาชีพรับจ้าง ร้อยละ 15 เป็นเกษตรกร โดยมีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง ร้อยละ27.8 มีพฤติกรรมเสี่ยง คือ ดื่มสุราเป็นประจำ ร้อยละ 27.7 และเสียชีวิตสูงสุดในเดือนเมษายน” นพ.สุขุม กล่าวและว่า

ทั้งนี้ ประชาชนควรใส่ใจสภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้นรอบตัวที่เปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน ไม่ออกกำลังกายหรือทำงานกลางแดดจัดเป็นเวลานาน ควรดื่มน้ำให้เพียงพอ วันละ 8-10แก้ว ไม่ปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำจนรู้สึกกระหาย หรือริมฝีปากแห้ง สวมเสื้อผ้าเหมาะสมกับสภาพอากาศและระบายเหงื่อได้ดี สวมแว่นกันแดด กางร่ม ทาโลชั่นกันแดดSPF15ขึ้นไป ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในช่วงที่อากาศร้อน ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ที่มีโรคประจำตัว ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างใกล้ชิด หากพบผู้มีอาการสงสัยว่าเจ็บป่วยจากสภาวะอากาศร้อน ควรให้การปฐมพยาบาลเบื้องต้น โดยรีบนำผู้ป่วยเข้าในที่ร่ม อากาศถ่ายเทได้สะดวก ให้ดื่มน้ำเย็น ให้นอนราบและยกเท้าทั้งสองข้างขึ้นสูง ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบตามหน้าผาก ซอกคอ รักแร้ ขาหนีบ ร่วมกับใช้พัดลมเป่าช่วยระบายความร้อน เพื่อลดอุณหภูมิของร่างกายให้ต่ำลงโดยเร็วที่สุด ถ้ามีอาการรุนแรง หมดสติ ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลทันที หรือโทรสายด่วน1669

4 March 2562

ที่มา แนวหน้า

Posted By ์์Nitayaporn/Bungon/Kanchana

Views, 1549

 

Preset Colors