เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

สำรวจช่วงโควิด พบ 20% ยังมองครอบครัวเครียด แนะสื่อสารบ่อยๆ เพิ่มความอบอุ่น

สำรวจช่วงโควิด พบ 20% ยังมองครอบครัวเครียด แนะสื่อสารบ่อยๆ เพิ่มความอบอุ่น

กรมสุขภาพจิต สำรวจช่วงโควิดพบ 90% มีความสุขมากที่อยู่กับครอบครัว 20% มองครอบครัวยังมีความเครียดสูง ย้ำสื่อสารบ่อยๆ ในครอบครัว ช่วยเพิ่มความผูกพัน-ครอบครัวอบอุ่น ลดเครียด แนะ 3 วัคซีนครอบครัวช่วยสู้โควิด

วันนี้ (14 เม.ย.) นพ.จุมภฏ พรมสีดา รองอธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า วันที่ 14 เม.ย.ตรงกับวันครอบครัว แต่วันครอบครัวปีนี้ต่างจากทุกปี เพราะสถานการณ์โรคโควิด-19 ทำให้ต้องหยุดอยู่บ้าน ไม่ได้ออกไปเที่ยว หรือจัดงานสังสรรค์แบบเดิม รวมถึงไม่ได้กลับภูมิลำเนา ทั้งนี้ มีการวิจัยว่าแม้จะไม่มีกิจกรรมแบบที่ทำมาในอดีต แต่ครอบครัวยังสามารถสร้างความผูกพันเหนียวแน่นได้เหมือนเดิม ผ่านสามเหลี่ยมสุขภาพใจ คือ การสื่อสารที่ดี และความผูกพันอันดี จะนำมาซึ่งความอบอุ่น ดังนั้น จึงต้องมีการสื่อสารบ่อยครั้ง ให้กำลังใจ โดยกิจกรรม 3-4 อย่างที่ทำให้อบอุ่น หรือมีการสื่อสาร คือกิจกรรม 4 ส. ได้แก่

1. สร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ ในครอบครัว เช่น กินข้าว ดูทีวี ทำความสะอาดบ้าน พูกคุยผ่านโซเชียลมีเดีย ปลูกต้นไม้ ทำสวน ออกกำลังกาย เล่นบอร์ดเกม 2. ส่งเสริมเศรษฐกิจ คือ ร่วมกันคิด ช่วยกันหาข้อมูล และทำกิจกรรมที่ช่วยเพิ่มรายได้ครอบครัว จะช่วยกระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว ทำให้ครอบครัวอบอุ่น 3. สื่อสารสร้างบรรยากาศ เช่น พูดคุยให้กำลังใจกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ สร้างอารมณ์ขัน เพื่อลดความวิตกกังวล ช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย และ 4. สนับสนุนทางสังคม คือ ช่วยกันทำเพื่อคนในชุมชนและสังคม เช่น ทำหน้ากากอนามัยแจกให้คนในชุมชน ทำคลิปสื่อสารเพื่อให้กำลังใจผ่านโซเชียลมีเดีย บริจาคเงินให้แก่ รพ.

นพ.จุมภฏกล่าวว่า จากการสำรวจความสุขของครอบครัวไทย เพื่อมาวางแผนในการจะสร้างวัคซีนใจหรือวัคซีนครอบครัวนั้น ซึ่งจะเป็นเกราะป้องกันปัญหาสุขภาพจิตแก่สมาชิกในครอบครัว และเพิ่มความเข้มแข็งของครอบครัวในการรับมือกับผลกระทบจากโรคระบาดต่อไป ซึ่งเป็นการสำรวจออนไลน์ในกลุ่มตัวอย่าง 1,500 คน พบว่า ร้อยละ 90 มีความสุขมากถึงมากที่สุดที่ได้อยู่ร่วมกับครอบครัว หนึ่งในสามรู้สึกใกล้ชิดกับครอบครัวมากขึ้น ประมาณครึ่งหนึ่งรู้สึกเป็นห่วงกังวลเมื่อต้องเว้นระยะห่างระหว่างสมาชิกในครอบครัว ร้อยละ 20 มองว่าครอบครัวมีความเครียดสูงถึงสูงมาก ครอบครัวส่วนใหญ่สร้างวัคซีนครอบครัว เพื่อลดความเครียดในบ้านมากกว่า 1 วิธี วิธีที่ใช้มากที่สุด คือสอบถามความสุขความทุกข์กันบ่อยๆ รองลงมาคือ รักษากิจวัตรประจำวันในครอบครัวให้คงที่ เช่น กินนอนเป็นเวลา นอนพักผ่อนเพียงพอ

มากกว่าร้อยละ 97 เห็นว่าครอบครัวของตนร่วมแก้ปัญหาเป็นทีมเดียวกัน และเชื่อมั่นว่าครอบครัวจะผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ซึ่งสะท้อนว่า ครอบครัวไทยส่วนใหญ่ยังรู้สึกเป็นสุขและมีความหวังแม้จะเผชิญวิกฤตในขณะนี้ ทั้งนี้ การสร้างวัคซีนครอบครัวทำได้โดยใช้ 1. วัคซีนพลังบวก โดยครอบครัวที่มองบวก มองเห็นทางออกในทุกปัญหา แม้ในภาวะวิกฤต 2. วัคซีนพลังยืดหยุ่น เพื่อให้สามารถปรับเปลี่ยนบทบาท ทำหน้าที่ทดแทนกัน ช่วยกันแบ่งเบาภาระที่เกิดขึ้น และ 3. วัคซีนพลังร่วมมือ ทำให้ครอบครัวปรองดอง เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันในการฟันผ่าอุปสรรค

15 เมษายน 2563

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana

Views,