เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

ผ่า 4 กลุ่มความเครียดที่กระทบสุขภาพ เครียดแบบเราจัดอยู่กลุ่มไหน?

ผ่า 4 กลุ่มความเครียดที่กระทบสุขภาพ เครียดแบบเราจัดอยู่กลุ่มไหน?

เช็กสภาพความเครียดในตัวเอง ด้วยสัญญาณของความเครียดที่แบ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะส่งผลร้ายกับสุขภาพจิตและสุขภาพกายแตกต่างกันไปอย่างไรกันบ้าง

ความเครียด เป็นภาวะที่แสดงออกมาเมื่อถูกกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม สังคม ภาวะอารมณ์ที่เกิดขึ้นจากจิตใจ รวมถึงสภาพร่างกาย เพื่อเป็นการป้องกันความเครียดในเบื้องต้นเราทำความมารู้จักกับต้นตอ อาการ และวิธีคลายเครียดกันดีกว่า

ความเครียดแบ่งเป็น 4 ระดับ ดังนี้

Mild Stress เครียดระดับต่ำ เป็นความเครียดที่ไม่คุกคามต่อการดําาเนินชีวิตอาจมีความรู้สึกเพียงแค่เบื่อหน่าย ขาดแรงกระตุ้น และมีพฤติกรรมที่เชื่องช้าลง

Moderate Stress เครียดระดับปานกลาง เป็นความเครียดในระดับปกติที่ไม่ก่ออันตราย และไม่แสดงออกถึงความเครียดที่ชัดเจน ส่วนใหญ่จะสามารถปรับตัวกลับสู่ภาวะปกติได้เองจากการได้ทําากิจกรรมที่ชื่นชอบ ซึ่งช่วยคลายเครีย

High Stress เครียดระดับสูง เป็นความเครียดที่เกิดจากเหตุการณ์รุนแรงหากปรับตัวไม่ได้ จะทํา าให้เกิดความผิดปกติตามมาทางร่างกาย อารมณ์ ความคิด และพฤติกรรม เช่น ปวดศีรษะ ปวดท้อง อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หงุดหงิด พฤติกรรมการนอนและการรับประทานอาหารเปลี่ยนไป จนมีผลต่อการดําาเนินชีวิต จึงควรหาใครสักคนคอยอยู่เป็นเพื่อนรับฟังปัญหา และระบายความรู้สึก รวมถึงมีผู้ใหญ่สักคนแนะนําาให้คําาปรึกษาอย่างใกล้ชิด

Severe Stress เครียดระดับรุนแรง เป็นความเครียดระดับสูงและเรื้อรังต่อเนื่องจนทําาให้คนคนนั้นมีความล้มเหลวในการปรับตัว และก่อให้เกิดความผิดปกติและเกิดโรคต่างๆที่รุนแรงขึ้นมาได้ เช่น อารมณ์แปรปรวน มีอาการทางจิต มีความบกพร่องในการดําาเนินชีวิตประจําาวัน ซึ่งอาจมีอาการนานเป็นสัปดาห์ เดือน หรือปี ควรเข้ารับการปรึกษาจากแพทย์

ความเครียดกับผลลัพธ์ที่แสดงออก

เมื่อรู้ถึงระดับของความเครียดกันแล้ว มาดูกันว่าตัวเรามีสัญญาณเตือนของความเครียดเข้าขั้นกลุ่มไหน และในแต่ละกลุ่มส่งผลร้ายกับสุขภาพจิตและสุขภาพกายของเราอย่างไร

กลุ่มที่ 1 Cognitive Symptoms อาการทางด้านเชาว์ปัญญา เมื่อเกิดความเครียดขึ้น สมองของเรามักจะได้รับผลกระทบเป็นอันดับแรก และเมื่อส่งผลกับสมองแล้วก็จะทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานของสมองเกิดความผิดปกติ เช่น

เลือดกำเดาไหลในเด็ก สัญญาณบอกความผิดปกติเรื่องใด

รู้สู้ COVID-19 เผยงานวิจัยผู้ป่วยโรคโควิดกับการเกิดผื่น 5 แบบ

มีปัญหาเรื่องความจำ ความเครียดเปรียบเสมือนหมอกหนาที่อยู่ในหัวของเรา เมื่อเราเกิดความเครียด มันก็จะบดบังสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในหัวของเราจนทำให้เรากลายเป็นคนขี้ลืม เช่น อาจจะหลงลืมกับเรื่องเล็กๆ

สมาธิลดลง ความเครียด ส่งผลให้เรามีสมาธิน้อยลง นอกจากนี้ยังทำให้ความอดทนของเราต่ำลงมากกว่าปกติจนบางครั้งเราอาจจะเกิดอาการหงุดหงิดและเอะอะโวยวาย เนื่องจากไม่สามารถเพ่งความสนใจไปกับการทำงานได้-วิตกกังวล ความวิตกกังวลก็เป็นความเครียดชนิดหนึ่งที่ส่งผลทำให้คุณรู้สึกเหมือนว่าตนเองกำลังทำผิดพลาด และทำให้คุณไม่มั่นใจในสิ่งที่ทำ หรือหวาดกลัวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา

แก้ไขปัญหาได้ไม่ดีเท่าที่ควร เช่นเดียวกับการตัดสินใจ เมื่อคนเรามีความเครียด สมองของเราจะทำงานได้ช้าลง ความคิดสร้างสรรค์และไอเดียต่างๆ ก็จะลดลง จนทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งๆ ที่ ปัญหาอาจจะไม่ใหญ่โต

กลุ่มที่ 2 Emotional Symptoms อาการทางด้านอารมณ์ จะสังเกตได้ว่าเมื่อเกิดความเครียด คนเราจะมีอารมณ์ที่แปรปรวนและไม่คงที่อยู่ตลอดเวลา บางรายอาจจะอารมณ์ร้ายมากขึ้นกว่าเดิม หรือไม่ก็มีอาการซึมเศร้าจนเห็นได้ชัด ซึ่งอาการที่เกิดจากความเครียดที่ส่งผลต่ออารมณ์มีดังนี้

อารมณ์แปรปรวน คงไม่มีใครอยากจะเป็นคนที่อารมณ์แปรปรวนตลอดเวลา เดี๋ยวดี เดี๋ยวร้าย แต่บางครั้งความเครียดก็ทำให้เรารู้สึกอารมณ์แปรปรวนได้ เพราะฉะนั้นถ้าหากเครียดละก็ ควรจะรีบตั้งสติให้ได้นะคะ ไม่อย่างนั้นอารมณ์ที่เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอาจจะส่งผลกับการทำงานได้

ฉุนเฉียว เวลาที่เรารู้สึกเครียด ไม่ว่าอะไรก็รู้สึกขัดหูขัดตาไปเสียหมด จนทำให้เราอาจจะเหวี่ยงใส่คนรอบข้างโดยที่ไม่รู้ตัว ดังนั้นเมื่อเกิดความเครียดควรจะใจเย็นให้มากๆ เลย

ซึมเศร้าและร้องไห้ อาการซึมเศร้าเป็นสิ่งที่จะมักจะเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเครียด บางคนเลือกใช้การร้องไห้เป็นการระบายความอัดอั้นในใจออกมา ซึ่งถึงแม้ว่าจะช่วยได้บ้างแต่ตราบใดที่ไม่หายเครียดก็ไม่อาจหนีจากความซึมเศร้าพ้นอย่างแน่นอน

รู้สึกเหงาและโดดเดี่ยว ความเครียดอาจส่งผลทำให้หลายคนปลีกตัวเองออกจากสังคมโดยไม่รู้ตัว จนรู้สึกเหมือนอยู่อย่างโดดเดี่ยว และการอยู่เพียงคนเดียวตามลำพังในภาวะความเครียดนั้นอาจส่งผลทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าตามมาได้อีกด้วย

กลุ่มที่ 3 Physical Symptoms อาการทางด้านร่างกาย สัญญาณเตือนที่ชัดเจนที่สุดของอาการเครียดมักแสดงออกให้เห็นทางร่างกาย โดยอาการทางร่างกายจะเริ่มทำให้เกิดอาการเจ็บป่วยเล็กๆ น้อยๆ ก่อนจะค่อยๆ รุนแรงขึ้นจนอาจถึงขั้นต้องเข้าโรงพยาบาล อาการส่วนใหญ่ที่พบมีดังนี้

ปวดหัว ความเครียดจะส่งผลทำให้เกิดอาการปวดหัว ซึ่งบางรายอาจจะมีอาการปวดไหล่และคอร่วมด้วย หรือบางรายก็อาจจะเกิดอาการปวดหัวร้ายแรง อย่างไมเกรนได้

ผมร่วง ความเครียดอย่างรุนแรงจะทำให้เส้นผมที่อยู่ในช่วงการเติบโตหยุดการเจริญเติบโตอย่างกะทันหันและหลังจากนั้น 2-3 เดือนเส้นผมเหล่านั้นก็จะหลุดร่วงจากศีรษะ

หนังตากระตุก อาการหนังตากระตุกหลายคนมักเชื่อว่ามันเป็นลางบอกเหตุ แต่จริงๆ เวลาที่คนเราเครียดก็อาจจะทำให้หนังตากระตุกได้เช่นกัน

กินจุบจิบไม่หยุด หลายคนยิ่งเครียดก็ยิ่งกินจุบกินจิบ และยิ่งหากไม่มีการออกกำลังกายร่วมด้วยก็จะทำให้น้ำหนักขึ้นได้ง่ายๆ เลย

ปวดตามบริเวณต่างๆ ของร่างกาย ความเครียด มักทำให้เกิดอาการอ่อนล้าตามส่วนต่างๆ ของร่างกายซึ่งโดยส่วนใหญ่มักจะเกิดอาการปวดที่บริเวณ ไหล่ คอ และหลัง

ผิวพรรณหม่นหมอง ความเครียดเรื้อรังสามารถทำให้ผิวพรรณหมองคล้ำลงได้ เพราะฮอร์โมนความเครียดจะไปทำให้ ทีโลเมียร์ (Telomere) ที่อยู่ส่วนปลายของดีเอ็นเอสั้นลง ทำให้ดีเอ็นเอไม่สามารถแบ่งตัวได้อย่างสมบูรณ์ส่งผลทำให้เกิดริ้วรอย และผิวพรรณหมองคล้ำก่อนวัย

หัวใจเต้นเร็วขึ้น ความเครียดจะส่งผลทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้นมากกว่าเดิม ซึ่งโดยปกติคนเราจะมีอัตราการเต้นหัวใจอยู่ที่ 60-100 ครั้งต่อนาที ซึ่งถ้าหากเกิดความเครียดสะสมและเรื้อรังเป็นเวลานานอาจทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะได้

เหงื่อออกง่าย ความเครียดจะแสดงออกมาให้เห็นในรูปแบบของเหงื่อ เพราะเมื่อเกิดความเครียดจะทำให้ความดันโลหิตและอัตราการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้น ส่งผลทำให้อุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นจนร่างกายขับเหงื่อออกมา ดังนั้นยิ่งคุณมีความกดดันก็จะยิ่งทำให้เหงื่อไหลออกมากถึงแม้ว่าคุณจะไม่รู้สึกร้อนก็ตาม

ระบบขับถ่ายมีปัญหา เมื่อฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียดในร่างกายเพิ่มสูงขึ้น ระบบย่อยอาหารของคุณจะไปทำร้ายระบบลำไส้ของคุณเอง ซึ่งจะทำให้เกิดโรคลำไส้อักเสบขึ้นได้จากความเครียด แถมระบบย่อยอาหารก็ยังไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ดีเท่าที่ควรอีกด้วย

คลื่นไส้ เวียนหัว อาการคลื่นไส้เวียนหัวเป็นอาการที่เกิดขึ้นจากความเครียด โดยปกติแล้วจะมีแค่เพียงอาการคลื่นไส้และเวียนหัว แต่ถ้าหากอาการรุนแรงขึ้นจนเครียดลงกระเพาะก็อาจทำให้อาเจียนได้

ความต้องการทางเพศลดลง ความเครียดจะทำให้ระบบฮอร์โมนเพศลดลง จนทำให้ความต้องการทางเพศลดตามลงไปด้วย แต่ฮอร์โมนเหล่านี้จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเมื่อเราหายเครียด

อาการภูมิแพ้กำเริบ โรคภูมิแพ้เป็นหนึ่งในวิธีการตอบสนองของระบบภูมิคุ้มกัน ซึ่งการตอบสนองนี้จะเกิดขึ้นเมื่อเกิดความเครียด โดยจะส่งผลร้ายแรงต่อร่างกายทำให้เจ็บป่วยได้ง่ายขึ้น

กลุ่มที่ 4 Behavioral Symptoms อาการที่ส่งผลต่อพฤติกรรม ความเครียดนอกจากจะส่งผลต่อร่างกาย สมอง และอารมณ์แล้ว ก็ยังส่งผลทำให้พฤติกรรมในการใช้ชีวิตบางอย่างของเราเปลี่ยนไป ซึ่งถ้าหากปล่อยเรื้อรังอาจจะทำให้ติดกลายเป็นนิสัยได้ โดยส่วนใหญ่เราเมื่อเราเครียดจะเกิดพฤติกรรมดังต่อไปนี้

รับประทานมากขึ้นหรือน้อยลง สำหรับบางคน ความเครียดอาจจะทำให้รู้สึกเบื่ออาหาร และสำหรับบางคนอาจจะทำให้ยิ่งต้องหาของหวานมารับประทาน ซึ่งการรับประทานของหวานมากเกินไปอาจจะทำให้อ้วนได้

นอนไม่หลับ เมื่อเรารู้สึกกังวล สมองของเราจะตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ทำให้นอนไม่หลับ และจะส่งผลทำให้คุณอ่อนเพลีย ทำงานได้ไม่เต็มที่ และการที่พักผ่อนไม่เพียงพอเป็นเวลานาน อาจจะทำให้เกิดภาวะซึมเศร้าได้

ปลีกตัวเอง ความเครียด ส่งผลทำให้เรามีปฏิสัมพันธ์กับคนอื่นน้อยลงเนื่องจากเราจะเอาแต่สนใจกับสิ่งที่เราเครียดเพียงอย่างเดียวจนทำให้ดูเหมือนว่าปลีกแยกตัวเองออกจากสังคมได้

ใช้ยาเสพติด บุหรี่ หรือแอลกอฮอล์มากขึ้น หลายคนเมื่อเกิดความเครียดและไม่สามารถหาทางออกได้ก็มักจะไปพึ่งแอลกอฮอล์และสิ่งเสพติด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ช่วยให้หายเครียดได้ เพียงแต่ลดความเครียดได้ชั่วคราวเท่านั้น แถมยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพอีกด้วย

รู้สึกอ่อนเพลียตลอดเวลา เมื่อเรารู้สึกกดดัน เราก็จะรู้สึกอ่อนเพลียและเหนื่อยล้า ดังนั้นเมื่อคุณรู้สึกเครียดลองลุกขึ้นเดินไปรอบๆ เพื่อให้ผ่อนคลายก็จะทำให้หายอ่อนเพลียได้

ทำผิดพลาดแม้แต่เรื่องเล็ก ความสามารถต่างๆ ของคุณจะถูกคุกคามอย่างรุนแรงเมื่อเกิดความเครียด จนทำให้ศูนย์การรับรู้ของสมองไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และทำให้คุณทำเรื่องผิดพลาดเอาได้ง่ายๆ

13 พฤษภาคม 2563

ที่มา โพสต์ทูเดย์

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana/Maneewan

Views,