เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เด็กเคยถูกทารุณกรรม เสี่ยงโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่

เด็กเคยถูกทารุณกรรม เสี่ยงโรคเรื้อรังในวัยผู้ใหญ่

จากการศึกษาชี้ให้เห็นว่า คนที่มีประสบการณ์บาดเจ็บเลวร้ายทางใจในวัยเด็ก จะทำให้โตเร็วกว่าวัย และมีปัญหาด้านสุขภาวะ

สมาคมจิตวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา หรือ American Psychological Association ระบุว่า “การบาดเจ็บทางใจในวัยเด็ก จะทำให้ร่างกายของคุณเปลี่ยนแปลงตลอดไป และทำให้คุณโตเร็วกว่าเด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูปกติ" ทั้งนี้ นักวิจัยได้ระบุว่า การที่เด็กถูกทารุณกรรมและถูกใช้ความรุนแรงกระทั่งเกิดบาดแผลทางใจนั้น จะส่งผลไปถึงตอนวัยรุ่น ซึ่งกระตุ้นให้เซลล์ในร่างกายเกิดการเปลี่ยนแปลงหรือเสื่อม และแก่เร็ว อีกทั้งภาวะดังกล่าวจะส่งผลต่อโครงสร้างของสมอง

จากการวิจัยและศึกษาเกี่ยวกับประเด็นความรุนแรงและปัญหาที่เด็กได้รับทั้งหมดประมาณ 80 เรื่อง และมีเข้าร่วมงานวิจัยนี้มากกว่า 116,000 คน นักวิทยาศาสตร์พบว่า “ผลของการวิจัยนี้สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นที่จะต้องให้การช่วยเหลือผู้เสียหาย จากการถูกล่วงละเมิดและการใช้ความรุนแรงตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งจะทำให้เกิดบาดแผลหรือความเจ็บปวดทางใจ และอาจเป็นการเชื่อมโยงระหว่างการเจ็บป่วยในภายหลัง หรือเมื่อเด็กโตขึ้นได้ค่อนข้างสูง”

รศ.เคธี แมคลังลิน ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด เผยว่า “การที่เด็กตกอยู่ในความทุกข์ยาก หรือได้รับการกระทบกระเทือนทางจิตใจตั้งแต่วัยเด็ก จะเป็นสิ่งที่สามารถทำนายผลลัพธ์ทางสุขภาพได้ เมื่อเขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและเบาหวาน โรคมะเร็ง”

ทั้งนี้ นักจิตวิทยาแนะนำว่า พ่อแม่ผู้ปกครองควรจะดูแลเด็กที่เคยกระทบกระเทือนด้านจิตใจอย่างใกล้ชิด ด้วยการให้กำลังใจและให้ความรักความอบอุ่น และที่ไม่ควรมองข้ามคือการพบจิตแพทย์เพื่อการบำบัดและดูแลอย่างต่อเนื่อง

"อันดับแรกเราต้องเข้าใจและเรียนรู้เกี่ยวกับตัวเอง และต้องไม่คิดว่าเราจะเผชิญกับความเจ็บปวดที่ได้รับมาตั้งแต่ในอดีตอยู่ตลอดเวลา และตัวเองเราก็ไม่คิดที่จะเข้าสู่การรักษา ตรงนี้จะทำให้ผู้ป่วยรู้สึกว่าเราไม่อยากพบจิตแพทย์ เพราะผู้ป่วยไม่ต้องการที่จะรื้อฟื้นเกี่ยวกับความเจ็บปวดในอดีต แต่อย่าลืมว่าการรับการบำบัด โดยเฉพาะการยอมรับการความลำบากในอดีต สู่ปัจจุบันที่เราต้องเผชิญอารมณ์ด้านลบ ท้ายที่สุดแล้วอาการหรือปัญหาเหล่านั้นก็จะเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ"

ข้อดีของการบำบัดหรือปรึกษาจิตแพทย์นั้น คุณหมอระบุว่า คุณสามารถทำให้ชีวิตผ่อนคลาย หรือใช้ชีวิตด้วยความสบายๆ ได้ เพราะในชีวิตจริงนั้น ความรู้สึกลบในอดีต กลายเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เราเห็นว่าเราจำเป็นต้องได้รับการพักผ่อน และปล่อยใจให้ตัวเองก้าวเข้าสู่การผ่อนคลายเสียบ้าง บางครั้งการที่เราจดจำช่วงเวลา ที่เรามีความสุขในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะสิ่งที่เราชื่นชอบและต้องการมากที่สุด ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่เปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนนิสัยของเราที่เป็นไปในทางทิศทางบวกได้ ซึ่งนั่นจะทำให้เราทำงานและใช้ชีวิตได้อย่างมีสุข โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนมากนัก ในชีวิตอาจจะมีอุปสรรคที่คอยขัดขวาง และเราก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ดังนั้นการเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้ อาจจะเป็นตัวช่วยที่ทำให้คุณมีสุขภาพกาย และสุขภาพจิตที่ดีในระยะยาว.

24 สิงหาคม 2563

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By Nitayaporn/thongpet/kanchana/Maneewan

Views,