เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

เจาะลึกพฤติกรรม "ชอบพูดแทรก" หนึ่งในอาการของโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่

เจาะลึกพฤติกรรม "ชอบพูดแทรก" หนึ่งในอาการของโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่

การพูดแทรกหรือการพูดขัดจังหวะคู่สนทนาเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำ ควรรอให้คนอื่นนั้นพูดให้จบก่อน แล้วจึงค่อยแสดงความคิดเห็น เพราะการพูดแทรกนั้นอาจทำให้คุณดูไร้มารยาท และยังทำให้วงสนทนาของคุณหมดความสนุกได้

แต่รู้หรือไม่ว่า...การพูดแทรกเป็นหนึ่งในอาการของโรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ โดยโรคดังกล่าวตรวจพบได้ถึง 4-5 เปอร์เซ็นต์ในวัยผู้ใหญ่ แล้วโรคสมาธิสั้นมีผลกระทบต่อชีวิตประจำวันอย่างไร ? ผู้ป่วยที่เป็นโรคสมาธิสั้นจะไม่สามารถจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นาน จนถึงไม่สามารถวางแผนระบบระเบียบในชีวิตได้ เช่น ไม่สามารถรอคอยอะไรได้เป็นเวลานานๆ หรือ โมโหอารมณ์ร้อนได้กับเรื่องง่ายๆ

โรคสมาธิสั้นเกิดจากอะไร ?

เกิดจากสารโดพามีนในสมองทำงานผิดปกติ ซึ่งโรคสมาธิสั้นเป็นโรคที่เกิดขึ้นในวัยเด็กและจะสืบต่อเนื่องไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ ทั้งนี้โรคสมาธิสั้นในผู้ใหญ่สามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คือ

1. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่มีอาการมาตั้งแต่เด็ก แต่ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี เมื่อเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ อาการของโรคจะถือว่าค่อนข้างอยู่ในเกณฑ์ปกติ สามารถใช้ชีวิตได้ปกติตามวัยทว่าก็อาจจะมีอาการของโรคสมาธิสั้นหลงเหลือให้เห็นอยู่บ้าง เช่น ขี้หงุดหงิด เครียดง่าย ขี้โมโห หรือมีเรื่องกับญาติพี่น้องและเพื่อนร่วมงานบ่อย ๆ ทำให้ต้องเปลี่ยนงานอยู่เรื่อย รวมทั้งอาจมีนิสัยชอบใช้จ่ายฟุ่มเฟือย แต่เคสนี้มักจะสามารถควบคุมตนเองได้พอสมควร หรืออาจมีความคิดสร้างสรรค์และสติปัญญาดีด้วยในบางคน

2. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้องมาตั้งแต่เด็ก หรืออาจได้รับความกดดันจากผู้ใกล้ชิด ทำให้มีพัฒนาการที่ช้าลงเรื่อย ๆ จนกลายเป็นผู้มีอารมณ์ซึมเศร้า อารมณ์แปรปรวน ต้องประคับประคองอาการผิดปกติเหล่านี้ด้วยยาเป็นประจำ แต่ก็ยังอยู่ในขอบข่ายที่ใช้ชีวิตในสังคมได้ เพียงแต่ควรต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

3. ผู้ป่วยโรคสมาธิสั้นที่ไม่รู้ตัวเองว่าเป็นโรค เคสนี้ในวัยเด็กจะดูปกติและฉลาดสมวัย ทำให้ไม่มีใครฉุกคิดว่าพฤติกรรมหุนหันพลันแล่น ก้าวร้าว อันธพาล ชอบความรุนแรง และไม่คิดก่อนทำของผู้ป่วยเป็นอาการของโรค แต่เข้าใจไปว่าเป็นแค่เพียงลักษณะนิสัยปกติเท่านั้น จนในที่สุดก็ไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง และอาจเติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหาชีวิต มีปัญหาการเข้าสังคม และไม่ประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงาน

5 อาการที่พบบ่อยในวัยทำงานที่เป็นโรคสมาธิสั้น

1. เหม่อลอยเวลาทำงาน วอกแวก ฟังอะไรจับใจความไม่ค่อยได้

2.ขี้หลง ขี้ลืม และมีปัญหาในการจัดระเบียบตนเอง เช่น ห้องรก หาอะไรไม่เคยเจอ

3.ชอบพูกแทรกคู่สนทนาอยู่เสมอ หุนหันพลันแล่น

4.เบื่อง่าย มีความรู้สึกอึดอันเมื่อต้องประชุมนานๆ

5.มีปัญหาด้านอารมณ์ เครียด หงุดหงิดง่าย วิตกกังวล นอนไม่หลับ

การรักษาที่ดีที่สุดคือการปรับพฤติกรรม ซึ่งต้องทำอยู่สม่ำเสมอเพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าสามารถควบคุมตนเองให้ทำสิ่งต่างๆให้สำเร็จ ลุล่วง เช่น การจดรายละเอียดของงานต่างๆ ด้วยการติดป้ายหรือโน๊ตเล็กๆเพื่อเตือนความจำอยู่เสมอ นอกจากนี้การเรียนรู้ทักษะการฝึกอารมณ์ให้มีความอดทนรอคอยให้ได้ระยะนานขึ้นเรื่อยๆ

เช่น เมื่อรู้ว่าตนเองกำลังหงุดหงิดให้เดินออกไปสงบสติอารมณ์สักพัก แทนที่จะแสดงอารมณ์ออกมาโต่งๆ ณ ตอนนั้น การฝึกสมองให้คิดในแง่บวกค่อยๆปรับวันละนิดโดยไม่รีบร้อน แต่ก็อย่าลืมการพักผ่อนให้เพียงพอและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ด้วย และถ้าเรามีวินัยและหมั่นฝึกควบคุมอารมณ์อยู่เสมอ แค่นี้ก็จะกลายเป็นคนมีสมาธิและไม่อารมณ์เสียกับอะไรง่ายๆแล้วหล่ะ

30 ตุลาคม 2563

ที่มา ข่าวสด

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 4134