เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

How To เรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด (ฉบับคนช่างนอยด์)

How To เรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด (ฉบับคนช่างนอยด์)

ในแต่ละวันเราต้องพบเจอกับสิ่งเร้าที่เข้ามาอย่างมากมาย ไม่ว่าจะทั้งเรื่องน่ายินดีหรือเรื่องที่ไม่ค่อยอยากพบเจอ หากเรามีสติรับมือกับสิ่งต่างๆ ได้อย่างดี จะช่วยให้การใช้ชีวิตของเราง่ายขึ้นอย่างพริบตา และการฝึกสติไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร วันนี้เราจะเปลี่ยนการฝึกสิ่งนี้ที่ใครมองว่าน่าเบื่อให้มีความสนุกมากขึ้น และแน่นอนว่าสามารถฝึกได้ทุกวัน เริ่มทำได้ตั้งแต่วันนี้เลยค่ะ

ฝึกนั่งสมาธิวันละ 2 เวลา

อย่างแรกที่จะช่วยคนขี้นอยด์ให้มีสติกลับมาได้อย่างรวดเร็วที่สุดคือการนั่งสมาธิ ซึ่งหลายคนมักคิดว่าการนั่งสมาธิจะต้องนั่งทีละนานๆ ขอบอกเลยว่าไม่จำเป็นต้องนั่งทีละชั่วโมงขนาดนั้น เพราะถ้าเรานั่งนานแบบนั้นจะยิ่งทำให้สติเราหลุดลอยออกไปไกลอย่างเรียกกลับมาไม่ได้ ดังนั้นเพียงแค่เริ่มต้นระยะเวลาสั้นๆ ก็พอ อาจจะเริ่มแค่วันละ 5 นาที ก่อนนอน และตื่นนอน จากนั้นค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาให้มากขึ้นเรื่อยๆ เอาที่ตัวเองยังไหว อีกสิ่งที่สำคัญคือ ควรหาที่เงียบๆ ในการนั่งสมาธิ อย่าให้มีอะไรมารบกวนเราได้ มีโทรศัพท์ก็ให้ทิ้งไว้นอกห้อง ปิดคอมฯ ไม่ต้องเอาสิ่งเร้าข้างนอกเข้ามาอยู่เป็นเพื่อนนะคะ เรียกง่ายๆ คือ ทิ้งเรื่องราวภายนอกออกจากใจให้หมดค่ะ

สังเกตเรื่องเล็กน้อยใกล้ตัวให้เป็นนิสัย

การสังเกตเรื่องราวเล็กน้อยในชีวิตประจำวันที่เรามองข้ามไป เป็นอีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เราอยู่กับปัจจุบันมากขึ้น เคยสังเกตไหมว่า เวลาที่เราแปรงฟัน กินข้าวเช้า บ่อยครั้งเราก็ปล่อยให้จิตใจล่องลอยฟุ้งซ่านไปไกลจนตามกลับมาแทบไม่ถูกเลยทีเดียว ซึ่งทำให้ไม่ได้โฟกัสกับสิ่งตรงหน้า ดังนั้นวิธีฝึกสติให้อยู่กับปัจจุบันได้มากที่สุดคือ ปล่อยให้ตัวเองโฟกัสกับสิ่งที่ทำ เช่น ตอนเช้าตื่นมาล้างหน้า ก็ให้รู้ว่าตอนนี้กำลังล้างหน้าอยู่ น้ำมันเย็นแค่ไหน (ยิ่งช่วงหน้าหนาวแบบนี้แล้ว ยิ่งหนาวเป็นพิเศษเลยค่ะ) โฟมล้างหน้ามีกลิ่นอะไร หรือตอนแปรงฟันก็ให้รู้ว่ายาสีฟันมีกลิ่นอะไร มีรสชาติอะไร ทำแบบนี้ในทุกเรื่อง ใช้ระยะเวลาไม่นานเราจะเรียกสติกลับมาอยู่กับตัวเองได้อย่างรวดเร็ว และไม่จากเราไปไหนไกลอีกเลยค่ะ

เลือกใช้ของเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเรียกสติ

ถ้ารู้สึกว่าการฝึกสติมันเป็นเรื่องช่างยากเย็นเหลือเกิน (ใครทำไม่ได้ขอให้ยกมือขึ้น) เราแนะนำว่าให้หาสิ่งของเล็กน้อยมาติดตัว อย่างกำไลข้อมือ แหวน หรืออะไรก็ตามที่น่ารักสดใส เอาแบบที่เราชอบได้เลยนะคะ ไม่จำกัดว่าต้องเป็นอะไร เพียงแค่ให้รู้ว่าถ้าเห็นสิ่งนี้แล้วจะทำให้สติกลับคืนมา อาจจะของที่ใช้แทนใจ สิ่งที่ซื้อมาเอง ไม่จำเป็นต้องเหมือนใครก็ได้ แค่เพียงเป็นของที่สามารถติดตัวได้อยู่ตลอดเวลา สามารถพกพาไปได้ทุกที่ เพราะเมื่อไรก็ตามที่สติเราหลุดลอยไป จะได้ใช้สิ่งนี้นำสติของเรากลับคืนมาให้อยู่กับปัจจุบันได้อย่างรวดเร็วนะคะ

ยินดีกับเรื่องที่พบเจอใกล้ตัว

การฝึกยินดีกับเรื่องใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็ก เรื่องใหญ่ จะช่วยเรียกสติของเราให้กลับคืนมาได้อย่างง่ายได้ เพราะเราจะอยู่กับปัจจุบันมองเห็นความงามของสิ่งรอบตัวได้มากขึ้น บ่อยครั้งที่เราปล่อยให้ความนอยด์มาครอบงำความสวยงามเหล่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยให้เกิดความรู้สึกจดจำเรื่องราวเหล่านั้นได้มากขึ้น ใส่ใจรายละเอียดกับทุกสิ่งได้ง่ายขึ้น ทำให้เรารู้สึกยินดีกับคนรอบตัว เทคนิคง่ายๆ คือเมื่อเราเจอเรื่องน่ายินดีให้ลองพูดออกไปกับตัวเอง ชื่นชมกับสิ่งนั้นอย่างจริงใจ เพียงเท่านี้ก็พอแล้วค่ะ

ฝึกสติโดยการเคลื่อนไหวร่างกาย

ความจริงแล้วการฝึกสติไม่จำเป็นว่าต้องนั่งอยู่กับที่เฉยๆ อย่างเดียว เราสามารถฝึกได้โดยการเคลื่อนไหวร่างกาย เพิ่มความสนุกสนานเข้าไปได้อย่างเต็มที่ ขอแค่ให้เรามีสมาธิอยู่กับสิ่งนั้นก็พอ อย่างเช่น เรานั่งอยู่โต๊ะทำงานก็ให้รู้ว่าเรากำลังเขียนงานอยู่ หรือกำลังคำนวณตัวเลขอยู่ เรียกง่ายๆ คือการให้รู้ตัวว่าตอนนี้กำลังทำอะไร หรือจะใช้การออกกำลังกายเป็นการเรียกสมาธิก็ได้ หรือแม้กระทั่งเรายืนเต้นกับเพื่อนอยู่ก็เรียกสติได้ เพราะเราต้องกำหนดลมหายใจเข้าออก มีสติอยู่กับท่าทางที่ทำไม่ใช่การเคลื่อนไหวร่างกาย ดังนั้นเรื่องของสติสามารถสนุกสนานได้เต็มที่ ใช้ชีวิตแบบที่อยากเป็นได้ดั่งใจเลยค่ะ

ดังนั้นทุกอย่างที่ทำสามารถฝึกสติได้ เพียงแค่เราต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้ได้ และไม่ว่าจะเวลาไหนเมื่อไร ก็เรียกสติกลับมาได้อย่างง่าย หากเราฝึกฝนสิ่งนี้ทุกวันจนกลายเป็นนิสัยจะทำให้เปลี่ยนจากคนขี้นอยด์เป็นคนที่มีสติจนใครๆ ก็ต้องทักเลยละค่ะ

28 ธันวาคม 2563

ที่มา ไทยรัฐ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 659