เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

ดูแลสุขภาพกาย-สุขภาพจิต เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ดูแลสุขภาพกาย-สุขภาพจิต เพื่อความสุขและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

สวัสดีปีใหม่ 2564 ครับ

หลังจากผ่านปี 2563 ที่หนักหน่วง วุ่นวาย มีปัญหาหลายอย่างเกิดขึ้นมาแทบจะตลอดทั้งปี แต่ในที่สุดกาลเวลาก็ผ่านพ้นไป ขึ้นสู่ศักราชใหม่ ซึ่งเราก็หวังกันว่าจะมีสิ่งใหม่ๆ ที่ดีกว่าเดิมเกิดขึ้น

แน่นอนว่า การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นของแต่ละเรื่องนั้น บางอย่างก็ต้องมีหลายปัจจัยเข้ามาประกอบกันแต่สิ่งหนึ่งที่จะทำให้เรื่องต่างๆ ดีขึ้นได้ง่ายที่สุดนั้น อยู่ที่ตัวเราเอง

เข้าสู่ปีใหม่แล้ว เชื่อว่าทุกท่านก็อยากให้มีสิ่งใหม่ๆที่ดีๆ เกิดขึ้นกับตัวเอง งั้นมาเริ่มดูกันเลย ว่ามีอะไรบ้าง ที่เราจะเริ่มทำได้ เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้น ในช่วงปีใหม่

เริ่มที่การดูแลสุขภาพ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากของมนุษย์ทุกคน เพราะร่างกายที่แข็งแรง ไม่มีโรคภัยไข้เจ็บมาเบียดเบียน จะทำให้เรามีความสุข ไม่ต้องพะวงกับปัญหาสุขภาพ สามารถใช้ร่างกายทำงานต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

แต่บางคนต้องโหมทำงานอย่างหนักเพื่อหาเงินจนสุดท้ายไม่มีเวลาดูแลสุขภาพของตนเองจนล้มป่วย ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาล อันนี้มีตัวอย่างให้เห็นอย่างมากมายในสังคมที่มีการแข่งขันกันสูง และใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบในทุกวันนี้

การดูแลสุขภาพขั้นต้นคือ การรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ได้แก่ หมู่ที่ 1 โปรตีน หมู่ที่ 2 คาร์โบไฮเดรต หมู่ที่ 3 เกลือแร่หรือแร่ธาตุ หมู่ที่ 4 วิตามิน หมู่ที่ 5 ไขมัน และขอเสริมด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่ดีและมีประโยชน์ อาทิ อาหารที่มีไขมันหรือน้ำตาลสูงแต่น้อย ไม่รับประทานหนังหรือไขมันของสัตว์ และใช้การอบ ปิ้ง หรือย่าง หากต้องใช้น้ำมันควรเลือกน้ำมันจากไขมันไม่อิ่มตัว ลดปริมาณโซเดียมหรือเกลือจากอาหาร

การดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว โดยนับรวมได้ทั้งน้ำเปล่า นมไขมันต่ำ และเครื่องดื่ม ชา กาแฟที่ไม่มีน้ำตาล น้ำผลไม้ ซึ่งจะเป็นพื้นฐานที่ช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของเราแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย

การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอย่างหนึ่งแต่ด้วยองค์ประกอบต่างๆ ในการใช้ชีวิตในแต่ละวันนี้อาจทำให้เราไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม การออกกำลังกายนั้น มีผลดีอย่างมาก ตัวอย่างเช่น เสริมภูมิต้านทานให้ร่างกาย คอยต้านทานโรคภัยไข้เจ็บ ทำให้ระบบต่างๆ ของร่างกายทำงานได้ดีขึ้น แข็งแรงมากขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อและกระดูกแข็งแรง ช่วยให้ไม่เป็นโรคเบาหวาน ช่วยลดทั้งความดันโลหิต ระดับไขมันในเลือด และทำให้ห่างไกลจากความเสี่ยงจากสารพัดโรค

คนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ จะทำให้ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า หรืออ่อนเพลียได้ช้าลง

การออกกำลังกายจะช่วยในการควบคุมน้ำหนัก และรักษารูปร่างให้สวยงาม ห่างไกลจากโรคอ้วน รวมทั้งยังช่วยให้สุขภาพผิวดี เนื่องจากร่างกายจะสูบฉีดเลือดไหลเวียนดีขึ้น ระบบการผลิตสารต้านอนุมูลอิสระก็จะสามารถทำงานได้ปกติ และคงสภาพเซลล์ผิวไว้ไม่ให้มีริ้วรอยก่อนวัย ส่วนสมองก็ได้รับการบำรุง ซ่อมแซม ให้มีความจำแม่นยำ ห่างไกลจากความเครียด เนื่องจากการออกกำลังกาย จะทำให้ร่างกายหลั่งสารเอนโดรฟิน ที่ช่วยให้อารมณ์ดีและผ่อนคลายจากความเครียด

ผลดีอีกประการหนึ่งที่ได้จากการออกกำลังกายก็คือ ช่วยให้หลับสบายขึ้น หลับได้ติดต่อกันเป็นเวลานานตลอดคืน และในตอนที่หลับสนิท ระบบต่างๆ ในร่างกายก็จะได้รับการกระตุ้นฟื้นฟูอีกด้วย

เมื่อสุขภาพกายดีแล้ว สุขภาพจิตที่ดี ก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งสุขภาพจิตที่ดีคือ สภาวะจิตใจที่เป็นสุข มีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สามารถปรับตัวเพื่อให้ผ่านพ้นปัญหาหรือความเปลี่ยนแปลงใดๆไปได้ และใช้ชีวิตในสังคมได้เป็นปกติ สุขภาพจิตที่ดีจึงเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตของทุกช่วงวัย

ผู้ที่มีสุขภาพจิตดีมักมีลักษณะของคนที่เข้าใจชีวิตมีจุดมุ่งหมายในชีวิต ไม่มีความรู้สึกสิ้นหวัง คิดบวก มองโลกในแง่ดี มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้อื่นมากกว่าผู้ที่มีสุขภาพจิตไม่ดี การมีสุขภาพจิตดีและการมองโลกในแง่ดีนั้นสัมพันธ์กับสุขภาพร่างกายที่ดีขึ้นด้วย ทำให้มีปัญหาสุขภาพลดน้อยลง

การมีสุขภาพจิตที่ดี เป็นสิ่งที่ทุกคนสร้างได้ด้วยตนเอง ทำได้ไม่ยากเพียงแค่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ซึ่งเป็นเรื่องที่สัมพันธ์กับที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้ว รวมทั้งควรเลิกพฤติกรรมเสี่ยง ควรลด ละ เลิกบุหรี่ รวมถึงลดหรืองดดื่มแอลกอฮอล์ และไม่ใช้สารเสพติด เพราะนอกจากจะส่งผลเสียต่อสุขภาพร่างกายแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตอีกด้วย

รู้จักผ่อนคลายจากสภาวะความเครียด หาเวลาพักเพื่อผ่อนคลายสัก 30 นาที เช่น ฟังเพลง ดูทีวี นั่งสมาธิ ทำสิ่งที่ชื่นชอบ สิ่งที่ทำแล้วสบายใจที่ไม่กระทบกับความสุขของคนอื่น เป็นต้น

มองโลกในแง่ดี ฝึกคุยกับตัวเองโดยใช้คำที่ช่วยให้รู้สึกดีและเห็นคุณค่าในตัวเอง พยายามเลือกมองในด้านที่ดีและมีความหวังที่จะพัฒนาหรือแก้ไขในสิ่งที่ผิดพลาด ใส่ใจกับปัจจุบัน ปล่อยวางเรื่องราวที่ไม่ดีในอดีต และไม่คาดหวังกับอนาคตมากจนเกินไป พยายามนึกถึงข้อดีและขอบคุณสิ่งดีๆ ที่เรามีอยู่

เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ โดยอาจจะเริ่มจากสิ่งที่ตนสนใจ อาทิ ทำอาหาร เล่นดนตรี เขียนบทความ เป็นต้น ซึ่งเทคโนโลยีในปัจจุบันก็ช่วยให้เข้าถึงความรู้ต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น และมีหลักสูตรอบรมออนไลน์ที่คอยอำนวยความสะดวกให้เลือกมากมาย เพราะการที่เราฝึกทักษะใหม่ๆ ได้สำเร็จจะทำให้เกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตนเอง

ใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย โดยกำหนดเป้าหมายเอาไว้ในเรื่องต่างๆ เช่น เป้าหมายเรื่องการศึกษา อาชีพการงาน การพัฒนาบุคลิกภาพ รูปร่าง เป็นต้น เพื่อให้มีกำลังใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ต่อไปให้สำเร็จตามที่มุ่งหวัง ทำให้ตระหนักว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่ในปัจจุบันนั้นมีความหมาย แต่ไม่ควรตั้งเป้าหมายเอาไว้จนสูงเกินไป เพราะอาจเป็นการกดดันตนเองจนเกิดความเครียดได้

เช่นกัน

สภาวะแวดล้อมรอบตัวเรา ก็เป็นปัจจัยสำคัญที่จะเป็นตัวแปรให้สุขภาพจิตดีหรือไม่ดี ดังนั้น เราควรสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว ทั้งคนในครอบครัว เพื่อนสนิท เพื่อนร่วมงาน นอกจากนี้ หากเรารู้จักช่วยเหลือผู้อื่น ช่วยให้เขาได้รับสิ่งที่ดี พ้นจากปัญหาที่ประสบอยู่ เราก็จะรู้สึกภาคภูมิใจ มองเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น ที่สามารถเป็นที่พึ่งพาให้คนอื่นๆ ได้

เช่นกัน หากเราประสบปัญหา หรือต้องการคำปรึกษา ก็สามารถขอความช่วยเหลือจากผู้อื่นได้ หรือระบายความรู้สึกรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้อื่น และเพื่อให้สามารถหาทางแก้ไขไปด้วยกัน โดยไม่ควรแบกรับปัญหาไว้คนเดียว

การมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีนั้น เป็นพื้นฐานสำคัญที่จะช่วยสนับสนุนให้เราใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดียิ่งขึ้น

สิ่งที่ได้รวบรวมนำมาเสนอกันในครั้งนี้ เชื่อว่าหลายคนก็คงทราบ หรือมีแนวความคิดไปในทิศทางเดียวกันนี้อยู่แล้ว แต่สิ่งดีๆ เหล่านี้ หากอยู่แค่ในความคิด ก็คงไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือ การลงมือทำ เพื่อให้สิ่งที่คิดไว้นั้น สัมฤทธิผลตามที่ได้ตั้งใจไว้

ขอให้ปีนี้และปีต่อๆ ไป เป็นปีที่ดีของทุกท่านครับ

4 มกราคม 2564

ที่มา แนวหน้า

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 5666