เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

แนะวิถีสุขภาพนิวนอร์มอล พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัส

แนะวิถีสุขภาพนิวนอร์มอล พร้อมรับมือฝุ่นและไวรัส

เข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเย็นๆ แบบนี้คงเป็นที่ถูกใจใครหลายๆ คน แต่ก็เป็นช่วงฤดูที่ฝุ่น PM 2.5 กลับมา พร้อมๆ กับไวรัสที่สามารถแพร่กระจายได้ทางอากาศ เมื่อเร็วๆ นี้ "ฟิลิปส์" ผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อการดูแลสุขภาพ มีความห่วงใยต่อประชาชนคนไทย จึงได้เชิญแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินหายใจมาร่วมให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลสุขภาพให้สามารถรับมือกับ “ฤดูฝุ่น” และ “ไวรัสที่สามารถแพร่กระจายในอากาศ” โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่ยิ่งต้องให้ความใส่ใจและดูแลเป็นพิเศษ

รศ.แพทย์หญิงรวีรัตน์ สิชฌรังษี กุมารแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคภูมิแพ้และภูมิคุ้มกัน โรงพยาบาลพระรามเก้า และเจ้าของเพจคุยกับหมอภูมิแพ้เด็ก by Dr.Mai กล่าวว่า “โดยปกติช่วงฤดูฝนจนเข้าสู่ฤดูหนาว เราจะพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจสูงขึ้น ซึ่งสาเหตุมาจากทั้งสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และความชื้นในอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและฝุ่นละอองขนาดเล็กที่เพิ่มมากขึ้น สิ่งที่น่าห่วงคือ การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสตัวอื่นๆ โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดความรุนแรงของโรคได้ ถึงแม้ว่าจะอยู่แต่ในบ้านก็ตาม เพราะผู้ใหญ่ที่ต้องออกไปทำงานข้างนอกอาจนำเชื้อเข้ามาในบ้านได้ ผ่านทางเสื้อผ้า สิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ได้”

ไวรัสที่แพร่กระจายทางอากาศมีอยู่หลายชนิด ที่เราคุ้นเคยกันดี คือ กลุ่มไวรัสและแบคทีเรียที่ทำให้เกิดอาการไข้หวัดธรรมดาและไข้หวัดใหญ่ ได้แก่ ไรโนไวรัส (Rhinovirus), อะดิโนไวรัส (Adenovirus), โคโรนาไวรัส (Coronavirus), อินฟลูเอนซา (Influenza) หรืออาร์เอสวี (Respiratory Syncytial Virus) ส่วนกลุ่มแบคทีเรีย ได้แก่ สเตรปโตคอคคัส (Streptococcus), ไมโครพลาสมา (Mycoplasma) เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีเชื้อไวรัสในกลุ่ม MERS-CoV และ SARS-CoV ที่ทำให้เกิดโรคทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรง

“โรคทางเดินหายใจที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสส่วนมากจะไม่มียารักษาโดยตรง แพทย์ต้องทำการรักษาตามอาการ เช่น หากมีไข้ก็ให้ยาลดไข้ หากมีอาการน้ำมูลไหล ไอ จาม ก็ให้ยาลดน้ำมูก แก้ไอ เท่านั้น ทำให้ผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัสมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีเด็กเล็กและผู้สูงอายุ ดังนั้น คำแนะนำจากแพทย์ คือ ไม่ว่าจะป้องกันไวรัสชนิดไหนควรทำความสะอาดร่างกายทุกครั้งที่กลับจากนอกบ้าน ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีเด็กเล็ก ต้องทำความสะอาดร่างกายหรือล้างมือก่อนสัมผัสเด็ก หลีกเลี่ยงให้ผู้อื่นสัมผัสใกล้ชิดหรือกอดหอมเด็กนอกบ้าน และควรฝึกให้ลูกใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือเป็นประจำเมื่อเวลาออกนอกบ้าน หมั่นทำความสะอาดสิ่งของเครื่องใช้ที่มาจากนอกบ้าน ทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ พักผ่อนให้เพียงพอและรักษาสุขภาพให้แข็งแรงอยู่เสมอ หากสงสัยว่ามีไข้ เป็นหวัดที่มีอาการรุนแรงให้รีบพบแพทย์ทันที” รศ.พญ.รวีรัตน์ อธิบายเพิ่มเติม

“สำหรับโรคทางเดินหายใจอีกชนิด คือ โรคภูมิแพ้ ซึ่งมักพบอัตราการกำเริบและยอดผู้ป่วยสูงขึ้นในช่วงที่อากาศเย็นและมีการเปลี่ยนแปลงบ่อย วิธีการดูแลสุขภาพเพื่อลดความรุนแรงของโรคนี้ สามารถทำได้โดยการปรับพฤติกรรมตัวเองด้วยการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ พักผ่อนให้เพียงพอ พยายามไม่เครียด และหลีกเลี่ยงสารก่อภูมิแพ้ก็จะช่วยให้อาการของโรคเกิดน้อยลงได้ หากมีอาการกำเริบมากควรมาพบแพทย์” รศ.พญ.รวีรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

19 มกราคม 2564

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views,