เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ? ผลวิจัยเผยตีลูก อาจนำสู่การหยุดพัฒนาการสมอง

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ? ผลวิจัยเผยตีลูก อาจนำสู่การหยุดพัฒนาการสมอง

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี ? ผลวิจัยเผยการตีลูก อาจนำมาสู่การหยุดพัฒนาการของสมอง – โรคซึมเศร้า และการพึ่งพายาเสพติด เมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย

รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี สำนวนไทยที่เราจะได้ยินกันมาตลอดว่าการสั่งสอนหรืออบรบเด็กๆเมื่อพวกเขาทำผิดนั้น อาจต้องการตีเพื่อให้พวกเขาหลาบจำให้สิ่งที่ตนเองทำผิดและไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก แต่ทว่าวิธีดังกล่าวสามารถทำเด็กๆนั้นเข้าใจถึงสิ่งที่ตัวเองทำลงไปจริงๆหรือ?

นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ ได้ออกมาเผยว่า การตีเด็กๆแม้แต่การตีเบาๆก็ตามแต่ อาจจะส่งผลต่อการพัฒนาของระบบสมองได้ เมื่อทำการสแกนสมองของเด็กอายุ 10-11 ปี จำนวน 147 คน พบว่าเด็กที่ถูกตีและทารุณนั้น สมองของพวกเขาจะสร้างคลื่นบริเวณเยื่อหุ้มสมองที่เปรียบได้เสมือนสัญญาณของการถูกคุกคามและความหวาดกลัว ซึ่งเมื่อถูกทำบ่อยครั้งอาจส่งผลให้เด็กมีปัญหาทางจิต เช่น ความวิตกกังวล สภาวะซึมเศร้า สืบเนื่องไปถึงการใช้สารเสพติดเมื่อพวกเขาโตขึ้นอีกด้วย

ศาสตราจารย์ เคที เอ แมคลาคลิน นักวิจัยอาวุโสด้านสมอง กล่าวว่า “เราทราบดีว่าเด็กๆที่เติบโตมาจากครอบครัวที่ใช้ความรุนแรงในการลงโทษทางร่างกายนั้น จะมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคซึมเศร้ามากกว่าเด็กปกติ แต่หน้าแปลกที่ผู้ใหญ่หลายๆคนไม่คิดว่าการตีนั้น ก็คืออีกรูปแบบหนึ่งของความรุนแรงเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม การลงโทษโดยการตีก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อเด็กในลักษณะเดียวกันเสมอไป แต่ผู้ปกครองนั้นก็ควรที่จะหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรงก็เด็กและหันมาสอนความแตกต่างระหว่างถูก-ผิด อย่างเข้าใจ พร้อมกำหนดขอบเขตที่ชัดเจนมากกว่า

ประเทศสวีเดน ประเทศแรกของโลกที่ออกกฎหมายห้ามตีเด็กและลงโทษเด็กทางร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นการ ตี ตบ หยิก ดึงผม ก็ทำไม่ได้ทั้งนั้น รวมไปถึงทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนด้วย โดยมติดังกล่าวถูกจัดตั้งแต่ปี พ.ศ.2522 ผู้ปกครอง 2 ใน 3 ก็เห็นด้วยกับคำสั่งทางกฎหมายนี้ เพราะพวกเขาเชื่อว่าการอบรมที่ดี จะต้องปฏิบัติด้วยความอ่อนโยน การตีถือว่าเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กเกิดความอับอาย และเกิดเหตุการณ์ฝังใจ แต่กลับไม่เข้าใจและไม่จดจำเหตุผลที่ทำให้โดนทำโทษ ก็จะส่งผลต่อสภาพจิตใจของเด็กต่อไปเมื่อพวกเขาโตขึ้น

16 เมษายน 2564

ที่มา ข่าวสด

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 2517