เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

กรมสุขภาพจิตชวนคนไทยสร้างเกราะป้องกันตนเอง-ครอบครัว-ชุมชน

กรมสุขภาพจิตชวนคนไทยสร้างเกราะป้องกันตนเอง-ครอบครัว-ชุมชน

การดูแลสุขภาพกายเป็นสิ่งสำคัญในยุคที่โรคโควิด-19 ระบาด แต่สุขภาพใจก็เป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กัน และต้องไม่มีมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อตัวเลขผู้ป่วยโควิด-19 ในระลอก 3 ที่พุ่งทะยานแตะสี่หลักหลายวันติดต่อกัน ทั้งตัวเลขผู้เสียชีวิตในระลอกนี้ไปแล้ว 151 คน

“ทีมข่าวสาธารณสุข” ขอแสดงความเสียใจกับทุกครอบครัวที่สูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักไปกับโรคโควิด-19 มหันตภัยร้ายของมวลมนุษยชาติ ซึ่งเรายังต้องเรียนรู้โรค และปรับตัวสู้ด้วยวิถีชีวิตใหม่ คือการสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ เว้นระยะห่างทางสังคม ไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง ลดการเดินทาง ทำงานจากที่พัก ฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อป้องกันตนเองให้ห่างไกลจากโรคร้ายนี้ และอยู่ต่อสู้กับมันไปอีกนาน

“ความเครียดของคนไทยขึ้นลงตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 จะเห็นได้ว่าอุณหภูมิใจของคนไทยขึ้นลงตามสถานการณ์การแพร่ระบาด โดยตอนต้นปี 2564 ช่วงของการระบาดเดือน ม.ค.64 ความเครียดของคนไทยจะขึ้นสูงและคงที่อยู่ระยะหนึ่ง แต่เมื่อมีสถานการณ์การระบาดในวงกว้าง ความเครียดของคนไทยก็เริ่มค่อยๆสูงขึ้น โดยขึ้นสูงสุดวันที่ 12 เม.ย.64 อยู่ที่ร้อยละ 6.74” พญ.พรรณพิมล วิปุลากร อธิบดีกรมสุขภาพจิต ฉายภาพสถานการณ์ความเครียดของคนไทยที่ต้องเจอกับการระบาดของโรค

สำหรับการติดตามดูอุณหภูมิความเครียดของคนไทย นั้น อธิบดีกรมสุขภาพจิต เล่าว่า “กรมสุขภาพจิตมีเครื่องมือที่เรียกว่า แบบทำสอบ Mental HealthCheck-in ซึ่งเป็นเครื่องมือประเมินสุขภาพจิต คัดกรองความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตจากสถานการณ์โควิด-19 ของประชาชนกลุ่มต่างๆ โดยประเมิน 4 เรื่องคือ ความเครียด ภาวะหมดไฟ ความเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย ภาวะซึมเศร้า โดยตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-15 เม.ย.64 มีผู้เข้ามา ประเมินแบบทดสอบนี้ 838,550 คน พบกลุ่มคนที่มีภาวะเสี่ยง 38,804 คน ได้รับการติดตาม 20,849 คน ยังไม่ได้ติดตาม 17,893 คน เพราะบางคนไม่ได้ทิ้งหมายเลขโทรศัพท์ไว้ จึงอยากเชิญชวนคนไทยเข้ามาประเมินสุขภาพใจของเรา และให้เบอร์ติดต่อกลับ เพื่อที่เราจะได้ช่วยเหลือ”

แต่ท่ามกลางภาวะวิกฤติที่เรากำลงเผชิญอยู่ คนไทยก็ยังมีความสามารถที่จะต่อสู้เพื่อฝ่าฟันให้ผ่านพ้นจากวิกฤติได้ ความสามารถนี้เราเรียกว่า “พลังใจ”

“เวลาที่คนเราจะเผชิญกับภาวะวิกฤติและสามารถผ่านวิกฤตินี้ไปได้ จะต้องมีความสามารถหรือภูมิคุ้มกันทางด้านจิตใจ เราเรียกตัวนี้ว่า “พลังใจ” เป็นความสามารถในการรับมือ หรือปรับตัวต่อสถานการณ์วิกฤติที่เกิดขึ้นและยังคงผ่านเหตุการณ์เหล่านั้นไปได้ โดยยังมีภาวะความรู้สึกหรือสุขภาพจิตที่ดีต่อไป เปรียบเสมือนร่างกายต้องการวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย พลังใจก็เปรียบได้กับวัคซีนใจ ที่เราฉีดให้กับตัวเราได้ทันทีทุกวัน เพื่อป้องกันตนเองและคนรอบข้าง มี 4 เข็ม ได้แก่ ปลอดภัย ไม่ตระหนก มีความหวังอยู่เสมอ และพร้อมที่จะเข้าใจดูแลผู้อื่น” พญ.พรรณพิมล ฉายภาพของ “พลังใจ” ให้เห็นกันชัดๆ

อธิบดีกรมสุขภาพจิต ขยายความวัคซีนใจด้วยว่า เข็มแรก ความรู้สึกปลอดภัย เมื่อเราเครียดเพราะกลัวติดเชื้อ เราก็ต้องสร้างความรู้สึกปลอดภัยด้วยการสวมหน้ากาก ล้างมือ เว้นระยะห่าง ไม่ไปในที่แออัด ยังเป็นความปลอดภัยสำหรับทุกคนเสมอ ที่ต้องปฏิบัติตัวกันต่อไป เข็มสอง ไม่ตระหนก โดยเลือกรับข้อมูลที่เหมาะกับเรา และเป็นข้อมูลที่น่าเชื่อถือจากภาครัฐ เช่น ศบค. และ สธ. ลดการรับฟังข้อมูลที่ไม่มีแหล่งที่มา เข็มสาม ความหวัง คือ การเลือกมองในมุมมองด้านบวกที่ทำให้เรามีกำลังใจ เข็มสี่ ความเข้าใจ โดยส่งต่อกำลังใจที่ดีให้กันและกัน ซึ่งตอนนี้เราก็เริ่มเห็นการที่ผู้คนออกมาช่วยเหลือกัน จิตอาสานำอาหารมาแบ่งปันกัน ซึ่งสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

เมื่อเราฉีดวัคซีนใจให้กับตัวเราเองแล้ว เรายังสามารถส่งต่อวัคซีนใจให้กับครอบครัวและชุมชนได้อีกด้วยเช่น จ.นครนายก จะมีกลุ่มลูกหลานที่ตกงานกลับเข้ามาชุมชน ก็มารวมกลุ่มกันพยายามสร้างงานบางอย่างความถนัดของ เช่น เป็นแกร็บส่งอาหารและสิ่งของ

หรือตัวอย่าง ครูกับเด็กในภาคอีสาน รวมตัวกันเป็นกึ่งจิตอาสาออกเยี่ยมเยียนผู้สูงอายุ ทั้งคนให้และคนรับต่างก็ได้พลังใจ เมื่อทุกคนก็มีพลังใจ ก็จะค่อยๆกลับมาใช้วิถีชีวิตของตัวเองต่อไป

ส่วนกรุงเทพฯและเมืองใหญ่อื่นๆ กรมสุขภาพจิต มองว่า ที่ทำงาน ก็คือ ชุมชน ซึ่งเป็นชุมชนของกลุ่มวัยทำงาน มีฝ่ายทรัพยากรบุคคล เป็น อสม.ที่จะส่งต่อวัคซีนใจ สร้างพื้นที่ปลอดภัย ให้ข้อมูลการป้องกันตนเอง รวมไปถึงการรวมกลุ่มกันพูดคุยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อรับมือกับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ แทนที่จะคิดอยู่คนเดียว ถ้ามีการตัดสินใจอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะเป็นการตัดสินใจที่มีการเตรียมความพร้อม

“ทีมข่าวสาธารณสุข” เชื่อมั่นในพลังคนไทย ที่ผ่านมาสังคมไทยเคยเจอกับภาวะวิกฤติมาแล้วหลายต่อหลายหน และเราก็ผ่านมาได้ทุกครั้งด้วยพลังของคนไทย

การระบาดโควิด-19 ที่ผ่านมา เราเห็นจิตอาสาออกมาช่วยเหลือ เรามีตู้ปันสุขเกิดทุกสารทิศทั่วไทย เห็นศักยภาพเด็กไทยและคนไทยในการคิดค้นนวัตกรรมเพื่อปกป้องบุคลากรทางการแพทย์ให้ปลอดภัยจากเชื้อโควิด-19 สำหรับระลอกสาม แม้คนไทยจะมีความเครียดมากขึ้น แต่เราก็ยังมีพลังใจจากครอบครัวและชุมชนที่พร้อมจะช่วยสนับสนุนโอบอุ้มเราเพื่อผ่านพ้นวิกฤติครั้งไปได้

พลังใจของคนไทยเท่านั้น ที่เปรียบเสมือนตัวช่วยสำคัญให้เรารอดจากวิกฤติมหันตภัยร้ายโควิด-19 ไปด้วยกัน.

5 พฤษภาคม 2564

ที่มา ไทยรัฐ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 794