เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

Healthy Clean พาไปหาคำตอบข้อสงสัยแบบชัดๆ เราควรจะ "ฉีดวัคซีนโควิด-19" กันหรือไม่?

Healthy Clean พาไปหาคำตอบข้อสงสัยแบบชัดๆ เราควรจะ "ฉีดวัคซีนโควิด-19" กันหรือไม่?

ในช่วงที่สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ที่ยังพบผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นไม่เว้นวัน ขณะที่ความสงสัยยังคงเกิดขึ้นในใจใตครหลายๆคน ถึงความกังวลต่อผลข้างเคัยงที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการฉีด "วัคซีนโควิด-19" นั้นดีหรือไม่?

วันนี้ Healthy Clean จึงขอพาไปหาคำตอบกับ "นพ.พงศ์ภัทร์ วรสายัณห์" แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหลอดเลือดสมอง คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยว่า จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข ตอนนี้ประเทศไทยมีผู้ได้รับ"วัคซีนโควิด-19" ไปแล้วประมาณ 1.5 เปอร์เซ็นต์ของประชากรไทยแล้ว โดยหากจะได้ภูมิคุ้มกันหมู่ จะต้องมีการฉีดมากถึง 60% ซึ่งบุคคลที่ควรจะต้องฉีดก่อนก็คือบุคลากรทางการแพทย์ รวมไปถึง 7 โรคกลุ่มเสี่ยง โดยหากย้อนไปดูประเทศต่างๆ ก็มีการแนะนำให้บุคคลที่มีอายุตั้งแต่ 12 ปีขึ้นไป ควรจะต้องฉีดวัคซีนโควิด19 แต่ในประเทศไทย วัคซีนยังไม่มีมากนัก จึงมีความจำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับบุคคลกลุ่มดังกล่าวก่อน 

ส่วนอาการข้างเคียงตามที่หลายๆคนสงสัย ว่าหากฉีดวัคซีนไปแล้วจะเป็นอย่างไร? โดยทั่วไปแล้ว อาจจะมีการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวด บวม แดงร้อน บริเวณที่ฉีด บางรายก็อาจจะชาได้บ้าง ส่วนอาการอื่นๆก็อาจจะมีไข้ ปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียนได้ แต่ถือว่าเป็นอาการที่ไม่น่ากังวล มักจะเกิดเพียงแค่ 1-2 วันแรกหลังจากฉีดวัคซีนเท่านั้น แล้วจึงจะค่อยๆดีขึ้น สามารถทานยาลดไข้และดื่มน้ำมากๆได้

"ส่วนอาการที่น่าเป็นห่วง หรือผลข้างเคียงร้ายแรงก็คือ เหนื่อยเยอะขึ้น หน้าบวม ปากบวม คลื่นไส้ อาเจียน หายใจไม่สะดวก ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นจึงแนะนำให้รอดูอาการภายใน 30 นาที หลังฉีดวัคซีน เพื่อที่จะสามารถแก้ไขได้ทัน"

"ส่วนผลข้างเคียงจากการฉีดแอสต้ราเซเนกา มีรายงานในคนไข้ที่มีความเสี่ยงที่จะเกิดปญหาเกี่ยวกับลิ่มเลือดอุดตัน จะเกิดขึ้น 1 ใน 300,000-500,000 ราย ซึ่งเป็นอาการที่เกิดหลังจากฉีดวัคซีน 5 วันขึ้นไป" จึงควรจะสังเกตอาการตัวเองให้ดี ว่าจะเกิดลิ่มเลือดตามจุดต่างๆของร่างกาย ไปจนถึงหลอดเลือดดำในสมอง โดยคนไข้อาจจะมาด้วยอาการปวดหัว คลื่นไส้ อาเจียน ถ้าเป็นในช่องท้อง ก็อาจจะมีอาการปวดท้องได้ รวมไปถึงอาการอ่อนแรงและชักได้ โดยมักจะพบได้ในผู้ป่วยผู้หญิงที่อายุน้อย ซึ่งจะเห็นได้จากหลายๆประเทศที่จะแนะนำให้ฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกาในผู้ที่มีอายุมากแล้ว ก็คงจะต้องประเมินความเสี่ยงกันว่ามีมากน้อยแค่ไหน

ด้านข้อมูลเกี่ยวกับวัคซีนซิโนแวค ที่อาจจะมีอาการชาเฉพาะที่ มีอาการปวดหัวและอ่อนแรงร่วมด้วยนั้น เท่าที่เราติดตามอาการของคนไข้ในรพ.จุฬาลงกรณ์ ที่ได้รับวัคซีนดังกล่าวไป โอกาสที่จะเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอาการชาและอาการอ่อนแรงร่วมด้วย อยู่ที่ประมาณ 1 ใน 300 รายหรืออาจจะมากกว่านั้น ส่วนคนที่มีอาการอ่อนแรงอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 3,000 คน แต่เมื่อเราตรวจเพิ่มเติม จะไม่เจออาการสมองขาดเลือดหรือสมองตาย โดยหลังจากฉีดไปแล้ว 2-3 วัน อาการของคนไข้ก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ 

ส่วนข้อสงสัยที่ว่า เป็นผู้ที่มีประวัติแพ้ยาต่างๆ สามารถรับวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่? ในความเห็นของผมเองคิดว่าต้องดูเป็นรายๆไป เแต่จากข้อมูลที่มีในตอนนี้อย่าง "ซิโนแวค" ไม่ได้มีกลุ่มยาปฏิชีวะใดๆผสมอยู่ ก็ยังสามารถรับวัคซีนได้ แต่แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ก่อนฉีดจะดีที่สุด

นอกจากนี้ ในข้อสงสัยเรื่อง ผู้หญิงตั้งครรภ์สามารถฉีดวัคซีนโควิด-19 ได้หรือไม่? โดยหากดูจากข้อมูล ต้องบอกเลยว่าผู้หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อโควิด-19 แต่ยังมีเพียงข้อมูลที่มีการฉีดวัคซีนในสัตว์ทดลองที่ท้องเท่านั้น โดยจากการวิจัยของวัคซีนไฟเซอร์, โมเดิร์นนา, จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ก็พบว่าไม่ได้มีผลต่อสัตว์ทดลอง หรือลูกของสัตว์ทดลอง

ส่วนเรื่องการฉีดวัคซีนสลับยี่ห้อ โดยในส่วนของรพ.จุฬาลงกรณ์ที่ได้เก็บข้อมูล อาทิ ในผู้ป่วยซิโนแวค สลับไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซเนกา ก็พบว่าสามารถมีภูมิที่ต้านทานไวรัสเกิดขึ้นในร่างกายเช่นเดียวกัน แต่ยังไม่มีข้อมูลว่าควรจะฉีดแอสตร้าเซเนกาย้ำเป็นเข็มที่สองหรือไม่

"การติดเชื้อโควิด-19 มีโอกาสเกิดผลต่อโรดหลอดเลือดสมอง ก็ต้องขอบอกว่ามีผลได้ใน 1-2 คนใน 100 คน มีโอกาสเสียชีวิตในระลอกล่าสุดมีแนวโน้มเพิ่มมาถึง 180 คนก็อาจจะเสียชีวิต 1 คน แต่ในขณะที่โอกาสเกิดผลข้างเคียงรุนแรงจาก 1 ในแสนถึง 1 ในล้านคนเท่านั้น" ก็คงต้องบอกว่าการฉีดวัคซีนนั้นมีผลประโยชน์มากกว่าโทษแน่นอน เห็นได้จากในหลายๆประเทศที่มีแนวโน้มการติดเชื้อลดน้อยลง ซึ่งต้องบอกว่า ผลประโชน์ดูจะมีแนวโน้มมากว่าโทษ 

แต่สิ่งสำคัญ แม้จะเป็นผู้ที่ฉีด"วัคซีนโควิด-19"ไปแล้ว ก็ยังไม่ควรที่จะรวมกลุ่มกัน เพราะตัวเชื้อโควิด-19 ที่ดื้อยา ดื้อวัคซีนเพิ่มมากขึ้น ฉะนั้นการปฏิบัติตัวแบบ New Normal ก็ยังมีความจำป็นอยู่เช่นเดิม..... อ่านต่อที่ : https://www.dailynews.co.th/article/845073

24 พฤษภาคม 2564

ที่มา เดลินิวส์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 731