เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

โควิดทำคนเครียดปัญหารุนแรงในครอบครัวพุ่ง

โควิดทำคนเครียดปัญหารุนแรงในครอบครัวพุ่ง

ข้อมูลจากสสส. และคณะแพทยศาสตร์รพ.รามาธิบดี ระบุชัด สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้นมากในปี 63

รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผอ.ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการจัดทำแบบสำรวจความเครียดของประชาชนจากสถานการณ์โควิดมาตั้งแต่ปี 2563 พบว่า คนไทยเริ่มมีความเครียด วิตกกังวล อยู่ในระดับปานกลางกว่าร้อยละ 52 ขณะที่กว่าร้อยละ 44 อยู่ในภาวะปกติ และร้อยละ 2.15 มีความเครียดมากเกินไป ซึ่งจากผลการสำรวจดังกล่าวจะเห็นได้ว่า คนส่วนใหญ่เกิดมีปัญหาความเครียด ดังนั้นจึงมีการจัดทำวิจัยและจัดคู่มือจัดการความเครียดเป็นช่องทางคลายปัญหาร่วมกับกรมสุขภาพจิต ทั้งยังร่วมกับเครือข่ายวัฒนธรรมและชุมชนคุณธรรมฯ ขับเคลื่อนด้วยพลังบวรกว่า 20,000 แห่งทั่วประเทศ สำรวจความเครียดและให้ความรู้แก่คนในชุมชนด้วย    

    ศ.ดร.วิมลทิพย์ มุสิกพันธ์ จากสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเกี่ยวกับสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวของคนทั่วโลกในสถานการณ์โควิด-19 เมื่อปี 2563 พบว่า ในประเทศอังกฤษมีการโทรศัพท์ไปขอความช่วยเหลือเกี่ยวกับปัญหาความรุนแรงถึงร้อยละ 65 ส่วนมณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้น 3 เท่า ซึ่งร้อยละ 90 เชื่อมโยงกับสถานการณ์โควิด เช่นเดียวกับที่ญี่ปุ่น มีเหตุความรุนแรงในครอบครัวกว่า 130,000 ครั้ง สูงสุดเป็นประวัติการณ์เนื่องจากความเครียดและความกังวลช่วงโควิดในช่วงที่ประชาชนต้องใช้เวลาที่บ้านมากขึ้น เช่นเดียวกับประเทศไทย สำนักสนับสนุนสุขภาวะประชากรกลุ่มเฉพาะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ให้ข้อมูลว่า ช่วงโควิดพบความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 66 ภาคใต้มีความรุนแรงในครอบครัวถึงร้อยละ 48.1 ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความรุนแรงคือรายได้ของครอบครัว และการใช้สารเสพติด นอกจากนี้จากการสำรวจความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดขึ้นในชุมชน โดยคณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี พบความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน จากร้อยละ 34.6 ในปี 2560 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 42.6 ในปี 2563 สะท้อนว่า สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เกิดความรุนแรงในครอบครัวเพิ่มสูงขึ้น จากปัญหาที่เกิดขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมที่เป็นผลมาจากการขาดคุณธรรม ที่นำมาสู่การใช้ความรุนแรง ซึ่งต้องเริ่มพัฒนามาจากการปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก คือการสร้างความเติบโตด้านจิตวิญญาณของมนุษย์.

 .

11 มิถุนายน 2564

ที่มา เดลินิวส์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views,