เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

กินน้ำตาลพอเหมาะ...ดีต่อกายและใจ

กินน้ำตาลพอเหมาะ...ดีต่อกายและใจ

คุณเคยสังเกตบ้างหรือไม่ ว่ากินน้ำตาลมากเกินไปหรือเปล่า? ดังนั้นจึงจำเป็นต้องกลับมาดูเรื่องการจำกัดการบริโภคน้ำตาลในแต่ละวันของคุณ แม้ว่าที่ผ่านมาเราได้รับข้อมูลเกี่ยวกับการบริโภคน้ำตาลว่าไม่ดีต่อสุขภาพ ซึ่งนั่นไม่เป็นความจริงทั้งหมด

คำว่า "น้ำตาล" ทางชีวเคมีหมายถึงคาร์โบไฮเดรตชนิดหนึ่ง ซึ่งประกอบด้วยน้ำตาลธรรมชาติ เช่น น้ำตาลที่เกิดขึ้นในผลไม้ นม และแม้แต่ผักบางชนิด ยังมีน้ำตาลที่ผ่านการกลั่นและผ่านกระบวนการกระทั่งออกมาเป็นน้ำตาลทรายขาว ซึ่งเป็นน้ำตาลที่มนุษย์สร้างขึ้นและเติมเข้าไปในอาหารที่เรากิน

ดร.อลีจาโดร จุงเกอร์ แพทย์โรคหัวใจและเวชปฏิบัติ กล่าวว่า “เมื่อคุณกินน้ำตาลจากธรรมชาติ ร่างกายของคุณจะทำการย่อยอาหารและนำไปใช้ในร่างกาย ดังนั้น คุณจำเป็นต้องหมั่นเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อขจัดพลังงานส่วนเกินจากน้ำตาลที่คุณบริโภคเข้าไป แต่การเติมน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จะแตกต่างออกไป โดยเฉพาะถ้าเป็นน้ำตาลที่สกัดในโรงงานแล้ว ต่อให้คุณพยายามมากแค่ไหนในการออกกำลังกาย หรือหมั่นเคลื่อนไหวร่างกาย แต่นั่นก็จะทำให้ระบบการเผาผลาญพลังงานของคุณขาดสมดุล”

สมาคมโรคหัวใจในอเมริกาอย่าง American Heart association ระบุว่า “แนวทางการบริโภคอาหารล่าสุด สำหรับชาวอเมริกันแนะนำว่าไม่เกินร้อยละ 10 ของแคลอรีต่อวัน ซึ่งมาจากน้ำตาลที่ปรุงเข้ามาในอาหารที่รับประทาน สำหรับผู้หญิงอเมริกันส่วนใหญ่ไม่ควรกินน้ำตาลเกิน 100 แคลอรีต่อวัน หรือไม่ควรกินน้ำตาลเกินประมาณ 6 ช้อนชา สำหรับผู้ชาย 150 แคลอรีต่อวัน หรือไม่ควรกินน้ำตาลเกินประมาณ 9 ช้อนชาต่อวัน แต่ทั้งนี้คนอเมริกันส่วนใหญ่บริโภคมากกว่านั้นมาก โดยเฉลี่ยประมาณ 17 ช้อนชาต่อวัน”

ดร.อลีจาโดร ติ กล่าวว่า “โดยพื้นฐานแล้วร่างกายของคุณต้องมีน้ำตาลอยู่บ้าง เนื่องจากน้ำตาลมีความสำคัญต่อชีวิต และการซ่อมแซมเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น การหลีกเลี่ยงน้ำตาลทั้งหมดในทุกรูปแบบไม่ใช่หนทางที่ดี เช่น การที่ร่างกายของเราต้องการคาร์โบไฮเดรตบางรูปแบบ เนื่องจากคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง เท่ากับเชื้อเพลิงหรือแหล่งสร้างพลังงานให้ร่างกายของเรา”

ด้าน “ฮอลลี โรรูสโซ่” นักวิจัยและอาจารย์สอนโรคเบาหวานในโรงพยาบาล Yale New Haven บอกว่า “การที่เราบริโภคคาร์โบไฮเดรต ก็จะเกิดการย่อยอาหารและสลายไป เหมือนกับการบริโภคน้ำตาล ซึ่งคาร์โบไฮเดรตในที่นี้ประกอบด้วย แป้ง ธัญพืช พืชตระกูลถั่ว มันฝรั่ง ผัก ผลไม้ และผลิตภัณฑ์จากนม ซึ่งในอาหารเหล่านี้หลายชนิดมีน้ำตาลธรรมชาติ แต่มีสารอาหารที่มีประโยชน์อื่นๆ ปะปนอยู่ในกลุ่มอาหารดังกล่าวด้วยเช่นกัน

สิ่งสำคัญคือต้องคอยดูการบริโภคน้ำตาลของคุณเพื่อสุขภาพที่ดีตลอดชีวิต แต่การรับประทานอาหารที่ไม่มีน้ำตาล ไม่ใช่ทางเลือกที่ยั่งยืนสำหรับคนส่วนใหญ่ และไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพด้วย เช่นเดียวกับการที่ร่างกายของเราต้องการคาร์โบไฮเดรต ดังนั้น เมื่อคุณไม่มีอาหารทั้ง 2 ชนิด ที่เป็นแหล่งพลังงาน คุณจะรู้สึกเฉื่อยชาและเหนื่อย

สำหรับการบริโภคของหวาน ให้ลองเลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพ เช่น กินผลไม้ผสมวิปครีมแบบโฮมเมด หรือใช้ของที่ทำจากน้ำตาลธรรมชาติมาเป็นส่วนผสมในการปรุงอาหาร ลองใช้น้ำผึ้ง อินทผาลัม น้ำเชื่อมเมเปิล มะพร้าว หรืออบเชย.

31 สิงหาคม 2564

ที่มา ไทยโพสต์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 1543