เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

"โมลนูพิราเวียร์-แพกซ์โลวิด" ถึงเวลารักษาโควิด-19 ด้วยยาเม็ด!

"โมลนูพิราเวียร์-แพกซ์โลวิด" ถึงเวลารักษาโควิด-19 ด้วยยาเม็ด!

อะไรจะเกิดขึ้นถ้ามียาเม็ดที่สามารถรักษาโควิด-19 ได้ หลังจากเมอร์คและไฟเซอร์ บริษัทยารายใหญ่ของสหรัฐประกาศผลการทดลองยาเม็ดที่น่าสนใจ ขณะเดียวกันยาต้านเศร้าก็ส่งสัญญาณว่าอาจเปิดศักราชใหม่ในการต่อสู้กับโรคระบาดนี้ได้

ยาเหล่านี้ใช้โดยการรับประทานทันทีเมื่อพบอาการโควิด-19 เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยหนักถึงขั้นเข้าโรงพยาบาล ซึ่งตั้งแต่โควิดกลายเป็นวิกฤติสุขภาพโลกก็มีความพยายามหายาเม็ดมารักษา หลังจากวิจัยกันมาหลายเดือนเมอร์คและไฟเซอร์ก็ประกาศว่า พวกเขาบรรลุเป้าหมายยิ่งใหญ่นั้นแล้ว

ต้นเดือน ต.ค. เมอร์คแถลงว่า กำลังขออนุมัติใช้ยาโมลนูพิราเวียร์กรณีฉุกเฉินในสหรัฐ ส่วนไฟเซอร์เพิ่งขออนุมัติใช้ยาแพกซ์โลวิดเมื่อวันศุกร์ (5 พ.ย.) ตามเวลาท้องถิ่น ทั้งสองตัวเป็นยาต้านไวรัสทำงานโดยลดความสามารถในการแบ่งตัวของไวรัส ชะลอการเกิดโรค ผลการทดลองทางคลินิกของเมอร์คและไฟเซอร์ชี้ว่า ยาช่วยลดความเสี่ยงเข้าโรงพยาบาลได้มาก

คนที่รับยาโมลนูพิราเวียร์ความเสี่ยงหายไป 50% ส่วนคนที่รับยาแพกซ์โลวิดลดความเสี่ยงได้เกือบ 90% อย่างไรก็ตาม อัตราประสิทธิภาพของยาทั้งสองตัวจะมาเปรียบเทียบกันตรงๆ แบบนี้ไม่ได้เพราะใช้ระเบียบวิธีศึกษาแตกต่างกัน

ส่วนยาต้านเศร้า “ฟลูโวซามีน” ที่มีใช้กันอยู่แล้วผลการศึกษาของคณะนักวิจัยบราซิล เผยแพร่ในวารสารแลนเซ็ตโกลบอลเฮลธ์เมื่อเดือน ต.ค.ก็ส่งสัญญาณน่าสนใจในการป้องกันอาการรุนแรงของโควิด-19

หากประสิทธิภาพของยาเหล่านี้ได้รับการยืนยัน จะถือเป็นก้าวย่างสำคัญในการต่อสู้โควิด-19 และอาจช่วยเพิ่มคลังแสงโลกสู้ไวรัสเสริมจากวัคซีนได้

ปัจจุบันแม้มีวิธีการรักษาโควิดก็จริง แต่ส่วนใหญ่อยู่ในรูปแอนติบอดีสังเคราะห์ ที่มักใช้กับคนที่เจ็บป่วยรุนแรงแล้วด้วยวิธีฉีดจึงใช้ยาก หากมียาเม็ดรับประทานย่อมสั่งยาให้คนไข้นำไปรับประทานที่บ้านได้ง่ายกว่า ยาของเมอร์คและไฟเซอร์ที่ถึงขณะนี้ยังไม่พบผลข้างเคียง ใช้ประมาณ 10 โดส เป็นเวลา 5 วัน

“ความสำเร็จของยาต้านไวรัสเหล่านี้มีความเป็นไปได้ที่จะเปิดยุคใหม่ในการป้องกันการเจ็บป่วยรุนแรงจากการติดเชื้อ SARS-CoV2” สตีเฟน กริฟฟิน นักไวรัสวิทยาชาวอังกฤษเผยกับศูนย์สื่อวิทยาศาสตร์

หากถามถึงข้อจำกัด ถึงขณะนี้ยังประเมินความเหมาะสมจากยาของเมอร์คและไฟเซอร์ได้ยาก เนื่องจากทั้งสองบริษัทออกแถลงการณ์ของตนเองโดยที่ยังไม่เผยแพร่ผลการทดลองทางคลินิก

คารีน ลาคอมย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคติดเชื้อชาวฝรั่งเศส เคยเตือนเมื่อเดือน ก.ย.ว่า ต้องระวังกับคำประกาศแบบนี้จนกว่าจะตรวจสอบผลการศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว เพราะถ้ามียารักษาโควิดย่อมหมายถึงโอกาสทางการตลาดอันมหาศาลของบริษัทยา

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบบางอย่างชี้ว่าเมอร์คและไฟเซอร์ไม่ได้ให้สัญญาลมๆ แล้งๆ ตัวอย่างเช่น ทั้งสองบริษัทหยุดการทดลองทางคลินิกเร็วเกินคาดเพราะได้ผลน่าพอใจเป็นอย่างยิ่งชนิดที่คณะกรรมการตรวจสอบอิสระเห็นชอบด้วย

ที่มีข้อกังวลคือยาฟลูโวซามีน แม้มีข้อมูลพร้อมแต่ก็มีเสียงติติงตามมา นักวิจัยหลายคนโอดครวญว่า คณะผู้เขียนรายงานจำกัดตนเองไม่ประเมินความถี่ในการเข้าโรงพยาบาล และไม่ได้ประเมินความถี่การเข้าพักในห้องฉุกเฉินเป็นเวลานานด้วยเหตุนี้จึงตีความข้อมูลได้ยาก

ยาโมลนูพิราเวียร์ของเมอร์คได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานสาธารณสุขสหราชอาณาจักรไปตั้งแต่วันที่ 4 พ.ย. ให้ใช้กับผู้ป่วยที่เสี่ยงมีอาการโควิดรุนแรง เช่น ผู้สูงอายุ คนน้ำหนักเกิน หรือคนที่เป็นเบาหวาน ส่วนหน่วยงานสาธารณสุขสหรัฐและสหภาพยุโรปกำลังพิจารณาให้ใช้เป็นกรณีฉุกเฉิน สำนักงานแพทย์ยุโรปให้คำมั่นเมื่อวันที่ 4 พ.ย.ว่า จะเร่งกระบวนการให้เร็วขึ้นแต่ไม่บอกวันที่ชี้ชัด

ถึงขณะนี้หลายประเทศสั่งซื้อโมลนูพิราเวียร์ไปเรียบร้อยแล้ว เช่น สหรัฐสั่งซื้อ 1.7 ล้านชุด ในราคา 1,200 ล้านดอลลาร์ หรือราว 700 ดอลลาร์ต่อชุดรับประทาน 5 วัน

สำหรับไฟเซอร์แม้ยังไม่ได้กำหนดราคายาแพกซ์โลวิด แต่บริษัทให้คำมั่นว่าจะเป็นยาที่ “เข้าถึงได้” ใช้วิธีกำหนดระดับราคาตามฐานรายได้ประเทศผู้ซื้อ

8 พฤศจิกายน 2564

ที่มา กรุงเทพธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 27