เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

5 วิธีฟื้นฟูใจก้าวผ่าน COVID-19

5 วิธีฟื้นฟูใจก้าวผ่าน COVID-19

แม้การแพร่ระบาดของ COVID-19 จะเริ่มคลี่คลายลง การปลด lockdown อาจทำให้ผู้คนออกมาใช้ชีวิตได้ตามปกติกันมากขึ้น แต่ก็ยังต้องอยู่ภายใต้ข้อปฏิบัติและมาตรการที่เข้มงวดทางสังคม ซึ่งทุกคนต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบ new normal เพื่อไม่ให้โควิดกลับมาระบาดอีก

ตั้งแต่ COVID-19 เกิดขึ้น ทุกคนต้องเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตแบบกะทันหัน ซึ่งส่งผลต่อการใช้ชีวิต เศรษฐกิจ สังคม การศึกษา โดยเฉพาะสภาพจิตใจ หากเราไม่รู้จักวิธีรับมืออย่างถูกวิธีในระยะยาวแล้ว อาจสร้างบาดแผลทางจิตใจให้เกิดเป็นโรคทางจิตเวชตามมาได้

มาดู 5 วิธีฟื้นฟูจิตใจให้ก้าวผ่านวิกฤต COVID-19 ซึ่งทุกคนทำได้ ดังนี้

1.มีสติและอยู่กับปัจจุบัน

เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น สิ่งแรกที่ควรทำคือ ตั้งสติ ทำความเข้าใจว่า สถานการณ์ที่เกิดขึ้นตอนนี้เป็นสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้ ควรกลับมาอยู่กับปัจจุบัน รู้ทันและเปิดรับการมีอยู่ของอารมณ์ ความรู้สึก เพราะเป็นธรรมดาของมนุษย์ที่หากต้องตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้แล้ว มักจะกังวล ดังนั้น การมีสติเข้าใจตัวเอง ค่อย ๆ เรียนรู้ที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาและดูว่ามีอะไรที่เราทำได้บ้างคือ “วิธีรับมือที่เราพึงจะทำได้มากที่สุด ณ ขณะนี้”

2.ค้นพบตัวตนในมุมใหม่

หลายคนอาจมองว่า ช่วงนี้มีเวลาว่างและอยู่กับตัวเองมากเกินไป จนจิตใจห่อเหี่ยว ไม่ค่อยได้ออกไปพบปะเพื่อนฝูงเหมือนเมื่อก่อน แต่จริง ๆ แล้ว การได้อยู่กับตัวเองมากขึ้นนั้นอาจทำให้เราพบเห็นตัวเองในมุมใหม่ ๆ ที่ไม่เคยรู้มาก่อน เช่น

จากที่ทำอาหารไม่เป็น ก็ค้นพบว่า ตัวเองทำอาหารได้อร่อย แถมยังเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์กระชับความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้ดี หรือบางคนที่เคยคิดว่าตัวเองจะลดน้ำหนักไม่ได้ ก็ใช้ช่วงเวลานี้ซุ่มฟิตหุ่น ออกกำลังกาย เปลี่ยนตัวเองให้เป็นคนใหม่ให้ดีขึ้นได้ทั้งรูปร่าง สุขภาพ และจิตใจ

3.ติดตามข่าวสารแต่พอดี

การเสพข่าว COVID-19 เป็นเรื่องที่จำเป็น แต่อย่ารับรู้ข้อมูลมากเกินไป เพราะอาจเกิดความวิตกกังวล จึงควรติดตามข่าวสารแต่พอดี ไม่ให้เกิด panic หรือเลือกเสพเฉพาะข่าวที่เชื่อถือได้ เช่น แหล่งข่าวจากหน่วยงานรัฐบาลและองค์กรด้านสาธารณสุข ไม่ส่งต่อข่าวจาก chat สนทนาบน application เพราะมีโอกาสเป็น fake news สูง

4.ส่งต่อพลังใจที่สร้างสรรค์

แม้ต้องเว้นระยะห่างทางสังคมหรือปรับพฤติกรรมชีวิตให้เป็น new normal แต่เรายังสามารถดูแลและใส่ใจคนรอบข้างได้ด้วยการพูดคุยกับเพื่อน ๆ ผ่าน chat บน application หรือ video call ได้ปกติ หรือหากเดินผ่านก็ส่งยิ้มทักทายกัน โดยแนะว่าให้พยายามเลี่ยงการพูดถึงเรื่องเครียดและคุยในเรื่องทั่วไป ไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบของคนรอบข้างบ้าง แม้ดูเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สิ่งเหล่านี้จะช่วยคลายความรู้สึกโดดเดี่ยว บรรเทาความเครียดของตัวเราเองและคนรอบข้างได้

5.ปรึกษาจิตแพทย์

แน่นอนในสถานการณ์ COVID-19 หลายคนอาจต้องเผชิญกับความเครียด ซึ่งการรับมือของแต่ละคนจะมีประสิทธิภาพไม่เท่ากัน คนทั่วไปอาจใช้เวลาปรับตัวไม่นาน แต่คนที่มีปัญหารุมเร้าได้รับผลกระทบมาก จนไม่สามารถปรับตัวจัดการกับความเครียดได้ หรือผู้ที่มีอาการทางจิตเวชอาจต้องเข้ารับการปรึกษา พูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อหาวิธีการรับมือ ซึ่งปัจจุบันการปรึกษาจิตแพทย์ไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะนอกจากช่วยรักษาสุขภาพจิตได้ถูกวิธีแล้ว ยังทำให้เรารับมือกับปัญหาอื่น ๆ ได้ดีขึ้นอีกด้วย

18 พฤศจิกายน 2564

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 28