เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

สธ.ขับเคลื่อน Digital Healthcare ยกระดับการให้บริการประชาชน

สธ.ขับเคลื่อน Digital Healthcare ยกระดับการให้บริการประชาชน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมให้สถานพยาบาลทั่วประเทศ ขับเคลื่อน Digital Healthcare พัฒนาระบบฐานข้อมูลที่มีคุณภาพ ปลอดภัย ยกระดับการให้บริการ ลดความแออัด และความเหลื่อมล้ำ พร้อมต่อยอดเชื่อมโยงข้อมูลการฉีดวัคซีนกับหน่วยงานต่างๆ บนพื้นฐานคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้เปิดกิจการ กิจกรรม ได้อย่างปลอดภัย

วันนี้ (24 พ.ย.) ที่ โรงแรม ดิ เอมเมอรัลด์ กรุงเทพมหานคร ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมระดับชาติด้านเวชสารสนเทศ ครั้งที่ 10 และการประชุมวิชาการสมาคมเวชสารสนเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2564 ภายใต้แนวคิด “การปรับเปลี่ยนระบบสุขภาพสู่ยุคดิจิทัลในวิกฤตโรคระบาด” (Healthcare Digital Transformation in Pandemic Era) โดยมี แพทย์หญิงจามรี เชื้อเพชระโสภณ นายกสมาคมเวชสารสนเทศไทยผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข และบุคลากรจากภาครัฐและเอกชน ในรูปแบบ Onsite 29 โรงพยาบาล Online 64 โรงพยาบาล ร่วมประชุม

ดร.สาธิต กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายให้โรงพยาบาลทั่วประเทศพัฒนาการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ เวชสารสนเทศ ในการพัฒนาองค์กร ยกระดับการให้บริการ บริหารจัดการระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพประชาชนมาประมวลผลให้เกิดประโยชน์สูงสุด สะดวก รวดเร็ว เพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยโรค

ทั้งยังช่วยลดความแออัด ลดความเหลื่อมล้ำของการเข้าถึงบริการ นอกจากนี้ ยังต่อยอดนำเทคโนโลยีไปใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แขนงต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น แนวทางการให้รหัสโรคด้านหัตถการ อายุรกรรม ทันตกรรม เป็นต้น

โดยงานเทคโนโลยีสารสนเทศในโรงพยาบาลจะต้องมีระบบฐานข้อมูลที่มีความปลอดภัย เพื่อลดความเสี่ยงในการถูกโจมตีและเข้าถึงข้อมูลคอมพิวเตอร์อย่างผิดกฎหมาย รวมถึงพัฒนาคุณภาพข้อมูลให้นำมาใช้อ้างอิงและ

วางแผนการจัดการด้านสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้การนำระบบระบบปฏิบัติการ AI เข้ามาใช้จะส่งเสริมให้การจัดระบบบริการมีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รองรับการรักษาและดูแลสุขภาพประชาชนในอนาคต

ดร.สาธิตกล่าวต่อว่า ในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 Digital Healthcare ได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้นจนเกิดเป็นความเป็นปกติใหม่ (New Normal) ทั้ง ระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) การส่งยาให้ผู้ป่วยบางโรคถึงบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการเดินทางไปโรงพยาบาล ป้องกันการรับและแพร่เชื้อโควิด-19

ที่เด่นชัดและถือเป็นความสำเร็จของระบบสาธารณสุขประเทศ คือ ความร่วมมือในการเชื่อมต่อและบริหารจัดการเตียงผู้ป่วยของโรงพยาบาลทุกสังกัดเป็นหนึ่งเดียวทำให้สามารถรองรับและดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมตามระดับอาการ มีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลการฉีดวัคซีน ใน “หมอพร้อม” และ Digital Health Pass เพื่อรองรับการเปิดประเทศ ช่วยลดการพกพาเอกสารหลายฉบับ มีความปลอดภัยในการแสดงข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้มาตรฐานในระดับสากล จากนี้จะต่อยอดให้เกิดความเชื่อมโยงข้อมูลสำหรับหน่วยงานที่มีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลการฉีดวัคซีนให้สามารถเข้าถึงระบบ บนพื้นฐานคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อให้สามารถเปิดกิจการ กิจกรรมต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย ประชาชนใช้ชีวิตได้เป็นปกติที่สุด สามารถขับเคลื่อนภาคเศรษฐกิจควบคู่กับการพัฒนาระบบสาธารณสุข

25 พฤศจิกายน 2564

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 6