เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

โรคเครียด ที่สังคมวัยทำงานต้องเผชิญ อย่าปล่อยทิ้งไว้

โรคเครียด ที่สังคมวัยทำงานต้องเผชิญ อย่าปล่อยทิ้งไว้

เครียด หงุดหงิด เบื่อ เรากล้าพูดเลยว่า 3 สิ่งนี้อาจกลายเป็นคำพูดติดปากของคนทำงานออฟฟิศยุคนี้ไปแล้ว จนหลายๆ คนคิดว่ามันเป็นเรื่องปกติที่คนทำงานก็ต้องเครียดบ้าง มีปัญหาให้หงุดหงิด กวนใจ ทั้งจากงาน เพื่อนร่วมงาน แม้แต่เรื่องของเจ้านาย แต่ถ้าในช่วงชีวิตหนึ่งคุณไม่รู้สึกไม่เครียดเลยก็ดูจะผิดปกติเกินไป ขึ้นอยู่ที่ว่าคุณจัดการความเครียดเหล่านั้นได้หรือไม่ จัดการปัญหานั้นได้เหมาะสมหรือไม่ หากทำได้ ความเครียดที่เกิดขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว

อาการเครียดแบบไหนที่คุณกำลังเผชิญ

หงุดหงิด เหวี่ยงวีนใส่คนใกล้ตัวแบบไม่รู้ตัว

รู้สึกเบื่องานเหลือเกิน

อยู่ๆ ก็ท้องอืดแบบไม่มีสาเหตุ อาหารไม่ย่อย

ปวดท้องเหมือนเป็นโรคกระเพาะอาหาร

ท้องผูกสลับท้องเสียแบบไม่มีสาเหตุ

ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง

บางคนมีผื่นขึ้นตามตัวคันคะเยอเหมือนเป็นลมพิษ

บางครั้งอาจมีช่วงนอนไม่หลับติดกันหลายๆ คืน

ชอบดึงผม กัดเล็บ เมื่อเครียดแล้วอยากดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้สัก 2-3 อย่าง คุณอาจกำลังโดนโรคเครียดเล่นงานอยู่ และหากปล่อยให้ตัวเองมีความเครียดเรื้อรัง อาการต่างๆ ข้างต้นอาจรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะผลกระทบทางร่างกาย เช่น โรคกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน ปวดศีรษะไมเกรน ความดันโลหิตสูง หากปล่อยให้กระทบร่างกายไปนานๆ อาจเกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งได้ในระยะยาว

รักษาตามอาการคือปลายเหตุ...ต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ด้วย

หากว่าคุณรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในภาวะโรคเครียดจริงๆ จนเกิดอาการทางร่างกายสารพัด แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อหยุดโรคเครียดไม่ให้รุนแรงมากไปกว่าเดิม แพทย์จะทำการรักษาตามอาการทางร่ายกายที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวด รวมถึงยากลุ่มคลายเครียด เพื่อให้พักผ่อนได้ดีขึ้น และลดอาการเครียดลง แต่สิ่งสำคัญคือต้องแก้ไขที่ต้นเหตุของความเครียด ไม่ว่าจะจากงาน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาการเงินใดๆ ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ชีวิตอาจไม่สามารถเลี่ยงความเครียดได้ ดังนั้น การเลือกรักษาด้วยการทำจิตบำบัดควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งนักบำบัดหรือนักกิจกรรมจะช่วยคุณจัดการกับความเครียดข้างในได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว

อาการแบบไหนที่คุณกำลังเผชิญ

หงุดหงิด เหวี่ยงวีนใส่คนใกล้ตัวแบบไม่รู้ตัว

รู้สึกเบื่องานเหลือเกิน

อยู่ๆ ก็ท้องอืดแบบไม่มีสาเหตุ อาหารไม่ย่อย

ปวดท้องเหมือนเป็นโรคกระเพาะอาหาร

ท้องผูกสลับท้องเสียแบบไม่มีสาเหตุ

ปวดกล้ามเนื้อ ปวดหลัง

บางคนมีผื่นขึ้นตามตัวคันคะเยอเหมือนเป็นลมพิษ

บางครั้งอาจมีช่วงนอนไม่หลับติดกันหลายๆ คืน

ชอบดึงผม กัดเล็บ เมื่อเครียดแล้วอยากดื่มแอลกอฮอล์ หรือสูบบุหรี่

ถ้าคุณมีอาการเหล่านี้สัก 2-3 อย่าง คุณอาจกำลังโดนโรคเครียดเล่นงานอยู่ และหากปล่อยให้ตัวเองมีความเครียดเรื้อรัง อาการต่างๆ ข้างต้นอาจรุนแรงขึ้นโดยเฉพาะผลกระทบทางร่างกาย เช่น โรคกรดไหลย้อน ลำไส้แปรปรวน ปวดศีรษะไมเกรน ความดันโลหิตสูง หากปล่อยให้กระทบร่างกายไปนานๆ อาจเกิดโรคร้ายอย่างมะเร็งได้ในระยะยาว

รักษาตามอาการคือปลายเหตุ...ต้องแก้ที่ “ต้นเหตุ” ด้วย

หากว่าคุณรู้ตัวว่ากำลังอยู่ในภาวะโรคเครียดจริงๆ จนเกิดอาการทางร่างกายสารพัด แนะนำให้รีบพบแพทย์เพื่อหยุดโรคเครียดไม่ให้รุนแรงมากไปกว่าเดิม แพทย์จะทำการรักษาตามอาการทางร่ายกายที่เกิดขึ้น เช่น ให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ยาคลายกล้ามเนื้อ หรือยาแก้ปวด รวมถึงยากลุ่มคลายเครียด เพื่อให้พักผ่อนได้ดีขึ้น และลดอาการเครียดลง แต่สิ่งสำคัญคือต้องแก้ไขที่ต้นเหตุของความเครียด ไม่ว่าจะจากงาน ความสัมพันธ์ หรือปัญหาการเงินใดๆ ก็ตาม ซึ่งแน่นอนว่าการใช้ชีวิตอาจไม่สามารถเลี่ยงความเครียดได้ ดังนั้น การเลือกรักษาด้วยการทำจิตบำบัดควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตอาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งนักบำบัดหรือนักกิจกรรมจะช่วยคุณจัดการกับความเครียดข้างในได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว.

17 ธันวาคม 2564

ที่มา ไทยรัฐ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 54