เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

ข่าวจากหนังสือพิมพ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพจิต

WHO ไม่หนุนล็อกดาวน์คุมโอไมครอน ห่วงกระทบสุขภาพจิตกว่าติดเชื้อ

WHO ไม่หนุนล็อกดาวน์คุมโอไมครอน ห่วงกระทบสุขภาพจิตกว่าติดเชื้อ

อนามัยโลกไม่หนุนล็อกดาวน์ หวั่นผลกระทบทางเศรษฐกิจและสภาพจิตใจ ชี้วัคซีนสำคัญที่สุดหากต้องการหยุดโอไมครอน

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 สกายนิวส์รายงานว่า แพทย์หญิง มาร์กาเร็ต แฮร์ริส หัวหน้าแพทย์ฝ่ายสาธารณสุขประจำองค์การอนามัยโลก เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอนที่หลายประเทศเริ่มใช้มาตรการควบคุมที่แตกต่างกันออกไปนั้น องค์การอนามัยโลกให้ความสำคัญกับการเข้าถึงวัคซีนเป็นอันดับแรก โดยมองว่ามาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวดเพื่อคุมโอไมครอนนั้นไม่ได้ช่วยให้การแพร่ระบาดยุติลงได้

ดร.แฮร์ริส มองว่า ผลกระทบด้านสุขภาพจิตจากการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดนั้น ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อปัญหาสุขภาจิตที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงการระบาดนี้ ขณะเดียวกันประเทศที่ใช้การล็อกดาวน์คุมเข้ม ควรหาการสนับสนุนเพิ่มเติมแก่ผู้คนเพื่อบรรเทาความทุกข์ทรมานทางจิตใจที่จะเกิดขึ้น

“เราไม่ต้องการเห็นการล็อกดาวน์ใหญ่ เพราะนอกจากผลกระทบทางเศรษฐกิจอันมหาศาลแล้ว ยังมีผลกระทบทางสังคมอย่างรุนแรงโดยเฉพาะต่อสุขภาพจิต อย่างไรก็ตาม หากทุกอย่างเลวร้ายลงถึงจุดที่ผู้ป่วยล้นโรงพยาบาล รัฐบาลบางประเทศอาจต้องใช้วิธีการนี้อย่างไม่มีทางเลือก”

ท่าทีของ แพทย์หญิงแฮร์ริส มีขึ้นหลังคำแถลงของนายแพทย์ ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลกที่กล่าวถึงสถานการณ์โอไมครอนว่า “หากต้องยกเลิกกิจกรรมฉลองขนาดใหญ่ช่วงเทศกาลปีใหม่ในวันนี้ยังดีกว่าต้องเสียใจภายหลัง” ดร.เทดรอส ยังกล่าวว่า การระบาดใหญ่จะสิ้นสุดลงในปี 2565 หากประชากร 70% ของทุกประเทศทั่วโลกได้รับการฉีดวัคซีนภายในกลางปีหน้า

อย่างไรก็ตาม อนามัยโลกยังคงยืนยันถึงความสำคัญของวัคซีนว่า วัคซีนสามารถปกป้องชีวิตของผู้คนได้อย่างแท้จริง รวมถึงประชากรกลุ่มเปราะบาง จากการติดเชื้ออาการหนัก และการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด ทั้งสายพันธุ์โอไมครอน และสายพันธุ์อื่นๆที่ระบาดก่อนหน้านี้

22 ธันวาคม 2564

ที่มา ประชาชาติธุรกิจ

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 58