02 149 5555 ถึง 60

 

“อนุทิน” สั่งเร่งปักเข็ม “สูงอายุ” 2.1 ล้านคน ไม่ได้วัคซีน จ่อใส่ตู้เย็นพกพาลุยฉีดถึงบ้าน

“อนุทิน” สั่งเร่งปักเข็ม “สูงอายุ” 2.1 ล้านคน ไม่ได้วัคซีน จ่อใส่ตู้เย็นพกพาลุยฉีดถึงบ้าน

“อนุทิน” รับมอบอุปกรณ์บรรจุรักษาความเย็น “วัคซีนโควิด” จากญี่ปุ่นและยูนิเซฟ เล็งใส่วัคซีนไปฉีดเข็มกระตุ้นผู้สูงอายุถึงบ้าน เร่งประสาน นพ.สสจ.นำสูงอายุ 2.1 ล้านคนมารับวัคซีน รับวัคซีนมีมาก แต่ไม่มีคนมาฉีด

เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังรับมอบอุปกรณ์บรรจุและรักษาความเย็นวัคซีนสำหรับนำไปฉีดให้ประชาชนในพื้นที่ จาก นายนะชิดะ คะสุยะ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่น ประจำราชอาณาจักรไทย และ นางคยองซัน คิม ผอ.องค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ว่า ใกล้จะถึงเทศกาลสงกรานต์ที่ประชาชนเดินทางกลับบ้านจำนวนมาก ตนจึงให้กรมควบคุมโรคประสานนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (นพ.สสจ.) รณรงค์นำผู้สูงอายุอีก 2.1 ล้านคน ที่ยังไม่รับวัคซีนให้เข้ามารับโดยเร็ว เพราะเป็นสิ่งสำคัญมากๆ หากเราต้องการผ่านสงกรานต์ไปด้วยดี ไม่เกิดความสูญเสีย ทั้งนี้ การฉีดวัคซีนจะต้องใช้ระยะเวลา ทั้งเข็ม 1 และ 2 และเวลาที่ต้องสร้างภูมิคุ้มกัน ดังนั้น เหลือเวลาอีก 3 สัปดาห์นี้ ขอให้ลูกหลานทุกท่านมารับวัคซีน สธ.ก็จะมีการนำวัคซีนใส่ตู้เย็นพกพาที่ได้รับบริจาคจากรัฐบาลญี่ปุ่นร่วมกับยูนิเซฟ นำไปฉีดให้ท่านถึงบ้านด้วย

“ส่วนผู้ที่จะเดินทางกลับบ้าน ก่อนเดินทางขอให้แยกตัวเอง ไม่เข้าพื้นที่เสี่ยง ทำกิจกรรมเสี่ยง ปาร์ตี้ ถ้าให้ดีก็เริ่มตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. ทั้งนี้ เพื่อตัวท่านเอง เพราะไม่ใช่กฎหมาย บังคับไม่ได้ แต่หากเราเป็นห่วงผู้ใหญ่ที่รักของเรา ก็ขอให้ระมัดระวังมากขึ้น” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการกำหนดเป้าหมายการฉีดในกลุ่มผู้สูงอายุอีก 2.1 ล้านคน ก่อนเทศกาลสงกรานต์อย่างไร นายอนุทิน กล่าวว่า วัคซีนและเจ้าหน้าที่เรามีพร้อม ตอนนี้ที่ไม่พร้อมคือผู้ที่ยังไม่รับวัคซีน เราก็ใช้กลไก อสม.ให้ไปรณรงค์ ขอผู้นำศาสนาได้ช่วยรับรองความปลอดภัยวัคซีน เพราะหากไม่ฉีดวัคซีน แล้วติดเชื้อร่วมกับโรคร้ายแรงอื่น แม้เราจะมียาก็เอาไม่อยู่ เราจึงต้องมีวัคซีนนำไปก่อน ขณะที่ ยาเราก็เตรียมไว้หมดทั้งฟาวิพิราเวียร์ โมลนูพิราเวียร์ และกรมการแพทย์ก็กำลังจะซื้อแพกซ์โลวิด ดังนั้นการรักษามีครบ แต่เราป้องกันได้ก็อยากให้เราป้องกัน

“ด้วยการบริหารจัดการวัคซีน ทำให้วันนี้เรามีวัคซีนที่มากเพียงพอ จนเราสามารถนำมาเป็นบูสเตอร์โดสได้ เราก็ควรใช้วัคซีนเหล่านี้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อลดอาการรุนแรงและเสียชีวิต อย่างไรวัคซีนก็มีประโยชน์” นายอนุทิน กล่าว

สำหรับอุปกรณ์ที่รับมอบได้แก่ หีบเย็น 1,720 ใบ กระติกวัคซีน 1,000 ใบ และอุปกรณ์วัดและบันทึกอุณหภูมิอย่างต่อเนื่อง 1,000 ชิ้น

22 March 2565

ที่มา ผู้จัดการ ออนไลน์

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 309

 

Preset Colors