02 149 5555 ถึง 60

 

เช็ค 9 "อาการโอไมครอน" ในเด็ก แบบไหนส่งสัญญาณอันตราย 15% ผื่นขึ้นผิดปกติ

เช็ค 9 "อาการโอไมครอน" ในเด็ก แบบไหนส่งสัญญาณอันตราย 15% ผื่นขึ้นผิดปกติ

แพทย์อังกฤษ เผย 9 ข้อควรเฝ้าระวัง "อาการโอไมครอน" ในเด็ก พบ 15% มีอาการผื่นขึ้นอย่างผิดปกติ และสัญญาณอันตราย อุณหภูมิ-อัตราชีพจรสูงมาก

สถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ทั่วโลก รวมทั้งในประเทศไทย เรียกได้ว่าแทบจะเป็นโควิดสายพันธุ์ "โอไมครอน" ไปแล้ว โดยสิ่งที่กำลังน่าเป็นกังวล คือการพบว่าเด็กติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากยังไม่ได้รับวัคซีน โดยเฉพาะเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มีรายงานก่อนหน้านี้จากประเทศแอฟริกาใต้ว่า เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี อาจมีความเสี่ยงที่ "อาการโอไมครอน" จะรุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อเด็กเล็กมากกว่าตัวแปรอื่น ๆ

เดอะซันรายงาน เด็กไม่เสี่ยงติดโรคโควิดขั้นรุนแรง แต่เนื่องจากเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีหลายคน ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน จึงไร้การป้องกันเชื้อไวรัส ซึ่งเยาวชนมีแนวโน้มเป็นพาหะของไวรัสส่งต่อไปยังพี่น้อง พ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่ และเจ้าหน้าที่ที่โรงเรียน อีกทั้ง รายงานก่อนหน้านี้ยังอ้างว่า "อาการโอไมครอน" อาจแตกต่างกันเมื่อเทียบกับสายพันธุ์ก่อนหน้า แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ ซึ่งระบบสาธารณสุขประจำประเทศอังกฤษ (National Health Service: NHS) ระบุอาการหลักของโควิดในเด็กและผู้ใหญ่ ดังนี้

อุณหภูมิสูง

การไอต่อเนื่องครั้งใหม่ หมายถึง การไอมากเกิน 1 ชั่วโมง หรือไอ 3 ครั้งขึ้นไปใน 24 ชั่วโมง

สูญเสียหรือเปลี่ยนประสาทสัมผัสในการรับกลิ่นหรือรส

เมื่อยล้า

คัดจมูก น้ำมูกไหล

ปวดหัว

เจ็บคอ

เบื่ออาหาร

ปวดเมื่อยตามร่างกาย

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญที่ ZOE รวบรวมอาการของโควิด-19 สายพันธุ์ "โอไมครอน" จาก 21 อันดับ ผลปรากฏว่าอาการผื่นอยู่ที่อันดับ 10 ได้แก่ ลมพิษ ผดร้อน และชิลเบลนส์อาการผื่น ซึ่งส่วนใหญ่พบในเด็ก

ดร.แองเจลิค โคเอทซี ประธานสมาคมการแพทย์แห่งแอฟริกาใต้กล่าวว่า อาการหลักของ "โอไมครอน" ที่เธอพบในชายหนุ่มคือ ความเหนื่อยล้า ปวดศีรษะ และปวดเมื่อยตามร่างกาย ซึ่ง ดร.แองเจลิคบรรยายถึงกรณีของเด็กหญิงอายุ 6 ขวบ ที่มีอุณหภูมิและอัตราชีพจรสูงมาก "อาการเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณที่ต้องระวังในบุตรหลานของคุณ อย่างไรก็ตาม นี่เป็นเพียงกรณีเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ซึ่งทางเราไม่ได้รับรายงานผู้ป่วยสูญเสียรสชาติและกลิ่น"

ทางด้านดร.เดวิด ลอยด์ แพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของลอนดอน กล่าวว่า เด็กทั้งหมดที่เขาได้รับการรักษานั้น ยืนยันว่า อาการของไวรัสโควิดแตกต่างกับ "โอไมครอน" ประมาณ 15%

"เราเคยมีผู้ป่วยกลุ่มเล็ก ๆ ที่ป่วยด้วยโรคโควิด-19 ซึ่งมีอาการผื่นขึ้นเล็กน้อย แต่เด็กที่ติด "โอไมครอน" ถึง 15 เปอร์เซ็นต์มีอาการผื่นขึ้นอย่างผิดปกติ พวกเขายังประสบกับความเหนื่อยล้า ปวดหัว และเบื่ออาหาร ซึ่งคล้ายกับอาการต่าง ๆ ที่พบได้บ่อยที่สุดในผู้ใหญ่"

ซึ่งทั้งหมดสอดรับกับข้อมูลในประเทศไทย โดย รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ให้ข้อมูลไว้ว่า สิ่งที่น่ากังวลคือ อัตราป่วยนอนโรงพยาบาลในเด็กที่อายุต่ำกว่า 12 ปีลงมานั้นอยู่ในระดับพอกันระหว่าง "Omicron" และเดลตา ซึ่งย้ำเตือนว่า กลุ่มเด็กเล็กนั้นควรได้รับการดูแลป้องกัน เนื่องจากยังไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ในช่วงที่ผ่านมา ถึงแม้ช่วงวัย 5-11 ปี จะเพิ่งมีวัคซีนที่ได้รับการอนุมัติให้ใช้ได้ แต่ทั่วโลกคงต้องใช้เวลาอีกระยะกว่าจะเข้าถึงได้อย่างครอบคลุม

ด้าน ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย บอกว่า อาการโควิดในเด็ก จะมีความแตกต่างจากผู้ใหญ่ โดยสมัยก่อนเด็กจะมีภาวะ "โรคคาวาซากิ" เป็นโรคที่มีการอักเสบทั้งร่างกาย หัวใจ และเส้นเลือดหัวใจ ทำให้มีลักษณะ เป็นผื่น ลิ้นแดง เป็นตุ่มลิ้นสาก และ ช็อกได้ หรือ มีภาวะเส้นเลือดหัวใจอักเสบอุดตัน ซึ่งหากในผู้ใหญ่ จะไม่ออกอาการที่มีผื่นให้เห็น แต่อวัยวะภายในถูกกระทบคล้าย ๆ กัน

ส่วนอาการที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ แบ่งเป็น 3 ประการ คือ

อาการทางระบบทางเดินหายใจ

อาการนอกระบบทางเดินหายใจ เช่น ปวดศรีษะ ตัวร้อน ปวดกล้ามเนื้อ ปวดกระดูก ท้องเสีย และมีอาการทางหัวใจ เช่น หัวใจเต้นผิดปกติ หรือ ความดันโลหิตตก

มีอาการทั้งสองอย่างปนกัน

30 March 2565

ที่มา คม-ชัด-ลึก

Posted By Thongpet/kanchana/Maneewan

Views, 329

 

Preset Colors