เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

iGen นิยามศัพท์วัยรุ่นยุคดิจิตอล

iGen นิยามศัพท์วัยรุ่นยุคดิจิตอล

ปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า ปัญหาการใช้สมาร์ทโฟนและสื่อโซเชียลมีเดียในกลุ่มเป็นวัยรุ่นกำลังก่อปัญหาไปทั่วโลก โดยเฉพาะปัญหาทางด้านสุขภาพจิตและจิตเวช ปัญหาการฆ่าตัวตายในสหรัฐได้เพิ่มขึ้นเป็นสาเหตุการตายอันดับสองสำหรับอายุ 10 ถึง 34 ปี อัตราในหมู่วัยรุ่นหญิงเพิ่มขึ้นสองเท่าจากปี 2550 ถึงปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 5 ต่อประชากรแสนคน และในหมู่เด็กผู้ชายอัตราเพิ่มขึ้น 30% เป็น 14 ต่อประชากรแสนคน ในขณะที่ประเทศไทย อัตราฆ่าตัวตายทั้งประเทศ ปีล่าสุด 2561 อยู่ที่ 6.03 ต่อประชากรแสนคน โดยกลุ่มวัย 20-39 ปี พบร้อยละ 35.85 (เป็นอันดับสองรองลงมาจากลุ่มวัยผู้ใหญ่ 40-59 ปี ซึ่งพบได้ร้อยละ 40.24) แต่เป็นที่น่ากังวลอย่างหนึ่งคือ ตัวเลขอัตราฆ่าตัวตายในหมู่วัยรุ่นนี้นับจากอดีตตั้งแต่ปี 2540 เป็นต้นมา กลับพบการเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆในแต่ละปี

ซึ่งแนวโน้มการดำเนินชีวิตของวัยรุ่นในช่วงทศวรรษ 1990s นี้ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านที่ได้ทำการศึกษาพฤติกรรมวัยรุ่นในสหรัฐ พบว่า การใช้เวลาว่างไปกับสมาร์ทโฟน หรือสื่อออนไลน์ต่างๆได้หยุดความสุขของวัยรุ่น โดยในช่วงปี 2012-2016 ถึงแม้ว่าจำนวนวัยรุ่นมีการเข้าถึงการใช้สมาร์ทโฟนและสื่อออนไลน์เพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 50

งานวิจัยบอกอะไรบ้างกับพฤติกรรมวัยรุ่นและสมาร์ทโฟน

ศจ. Jean Twenge ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา มหาวิทยาลัยซานดิเอโก สหรัฐ ได้ให้ความเห็นผ่านสื่อทางการแพทย์ Medical press เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018 ที่ผ่านมาว่า สมาร์ทโฟนและโซเชียลมีเดียกำลังเพิ่ม "iGen" ที่ไม่มีความสุข จากผลการสำรวจพฤติกรรมการใช้เวลาว่างของนักเรียนเกรด 8-12 จำนวนกว่าล้านคน พบว่า วัยรุ่นส่วนใหญ่ใช้เวลาว่างไปกับการดำเนินชีวิตอยู่กับสมาร์ทโฟน เครื่องคอมพิวเตอร์พกพา และคอมพิเตอร์ตั้งโต๊ะ โดยมีข้อมูลรายละเอียดว่า วัยรุ่นกลุ่มดังกล่าวรู้สึกมีความสุขที่สามารถใช้เวลากับโซเชียลมีเดียน้อยกว่า 1 ชม./วัน ในทางตรงข้ามพวกเขาเหล่านั้นกลับรู้สึกมีความสุขน้อยลงเมื่อใช้เวลาเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 ชม./วัน อย่างไรก็ตามในขณะที่กลุ่มเป้าหมายต้องอยู่กับจอว่างเปล่า เป็นช่วงเวลาที่ทำให้วัยรุ่นรู้สึกไม่มีความสุข มีความเหงา ว้าเหว่ และขาดอะไรบางอย่างในชีวิตไป ซึ่ง Twenge หัวหน้าทีมวิจัยกล่าวเพิ่มเติมว่า การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างการใช้สื่อโซเชียลมีเดีย หรือสมาร์ทโฟน ได้สร้างความสุขให้กับวัยรุ่น แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกินกว่า 1 ชม. สิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้สร้างความสุขให้กับวัยรุ่นเลย

ช่วงประมาณปี 2011 และ 2012 งานวิจัยในสหรัฐ พบวัยรุ่นมีปัญหาอาการซึมเศร้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 60 ในเวลาเพียงห้าปี โดยมีอัตราการทำร้ายตนเองเพิ่มเป็นสองเท่าหรือสามเท่าในเด็กผู้หญิง การฆ่าตัวตายของวัยรุ่นเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในไม่กี่ปี ในเวลาที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นเรื่องธรรมดา ปัญหาสุขภาพจิตเหล่านั้นก็เริ่มปรากฏขึ้น การเปลี่ยนแปลงวิธีการที่วัยรุ่นใช้เวลาของพวกเขา เป็นพื้นฐานสำหรับการมีสุขภาพจิตที่ดี ข้อมูลที่ได้รับจากการวิจัยหลายทศวรรษที่กล่าวว่าการนอนหลับพักผ่อนให้พอเพียง และคบเพื่อนแบบพูดคุยเห็นหน้าเห็นตา เป็นสูตรที่ดีสำหรับการมีสุขภาพจิตที่ดี ในขณะที่การจ้องมองหน้าจอเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน เป็นต้นตอของปัญหาสุขภาพจิตหลายอย่าง โดยมีระดับความรุนแรงตั้งแต่น้อย ปานกลาง ไปจนถึงรุนแรงถึงชีวิตได้

คำถาม: iGen คืออะไร

คำตอบ: ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา ศจ. Twenge ได้ให้คำจำกัดความว่า iGen เป็นรุ่นที่เกิดในปี 1995 เป็นต้นมา ซึ่งกลุ่มไอเจนถือเป็นเจนแรกที่มีการเข้าถึงสื่อออนไลน์โซเชียลมีเดีย ถือเป็นยุคสมาร์ทโฟน พวกเขาใช้เวลาออนไลน์มากขึ้นบนโซเชียลมีเดีย เล่นเกม และใช้เวลาน้อยลงในกิจกรรมที่ไม่ใช่หน้าจอ เช่น การอ่านหนังสือ หรือการพูดคุยกับเพื่อนแบบเห็นหน้าตัวต่อตัว เด็กเหล่านั้นเติบโตช้ากว่าปกติไปจากเดิม เมื่ออายุ 18 ปีพวกเขามีโอกาสน้อยที่จะมีใบขับขี่ หรือทำงานในงานที่ได้รับค่าจ้าง ออกไปเดท ดื่มเหล้า หรือออกไปข้างนอกโดยไม่มีพ่อแม่เทียบกับวัยรุ่นในรุ่นก่อนๆ ดังนั้นไอเจนในอีกมุมแล้วจึงเป็นรุ่นที่ปลอดภัยที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ที่สำคัญพวกเขาชอบใช้ความคิดกับตนเอง และชอบความที่รู้สึกปลอดภัยที่พวกเราขาได้รับนั้นด้วย อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าเขาจะอยู่กับสังคมนั้น การเจริญทางเทคโนโลยีและการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทำให้พวกเขาส่วนหนึ่งรู้ดีว่ากำลังพลาดอะไรบางอย่าง พวกเขาตระหนักดีว่าการใช้โทรศัพท์ตลอดเวลาอาจไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการใช้ชีวิต พวกเขาจะรู้สึกไม่ชอบเมื่อพูดคุยกับเพื่อนและเพื่อนๆเหล่านั้นกำลังดูโทรศัพท์อยู่ หลายคนยอมรับจากข้อเสียของการใช้ชีวิตแบบนั้นเช่นกัน

จะให้คำแนะนำอะไรแก่ผู้ปกครอง

หลายสิ่งที่ความสุขและสุขภาพจิตขึ้นอยู่กับการควบคุมของเรา เราไม่สามารถเปลี่ยนยีนที่เราเกิดมาได้และเราจะไม่แก้ปัญหาความยากจนในชั่วข้ามคืน แต่เราสามารถควบคุมวิธีการใช้เวลาว่างของเรา และเราสามารถช่วยลูกๆของเราทำสิ่งเดียวกันงานวิจัยชี้ นั่นคือประเด็นการจำกัดการใช้สื่อออนไลน์หรือสมาร์ทโฟน ให้น้อยกว่าสองชั่วโมงต่อวัน นั่นดูเหมือนจะเป็นจุดที่ดีสำหรับสุขภาพจิตและความสุข ดังนั้นแน่ใจว่าใช้โซเชียลมีเดียเพื่อติดต่อกับเพื่อน ๆ ช่วยวางแผนสิ่งต่าง ๆ และรับชมวิดีโอนิดหน่อย แต่ให้อยู่ภายใต้การจำกัดสองชั่วโมงสำหรับเด็กอายุ 13 ถึง 18 ปี จากนั้นเราจะได้รับประโยชน์ทั้งหมดของโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีนี้ โดยไม่มีข้อเสียใหญ่ๆ หากเรารู้สึกว่าลูกของเราต้องการโทรศัพท์ เพื่อไปโรงเรียนสำหรับการติดต่อหรือพูดคุยสื่อสาร ไม่ได้หมายความว่าเราต้องทำตัวนิ่งๆจน “ใบ้” การตอบสนองที่เหมาะสมดังที่กล่าวมา คงจะเป็นเหตุผลที่จะยืนยันได้ว่า เราได้ปรับตัวเองและลูกของเราเข้ากับยุคดิจิตอล และเขาจะเป็น iGen ยุคดิจิตอล ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพจิตน้อยลง

แหล่งข้อมูล

https://medicalxpress.com/news/

4 มกราคม 2562

By nitayaporn.m

Views, 2306