เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

กัญชาเพื่อการแพทย์ในอังกฤษ

ความคืบหน้าการใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาเพื่อการแพทย์ในอังกฤษ

เมื่อเร็วนี้มีรายงานเชิงวิชาการเผยแพร่ในวารสาร British Medical Journal ของอังกฤษเมื่อ 4 เมษายน 2019 ปีนี้เอง โดยได้กล่าวถึงความคืบหน้าของการผลักดันเพื่อการใช้กัญชาในทางการแพทย์ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการล่าสุดอันหนึ่งที่น่าสนใจ เนื่องจากอังกฤษถือเป็นประเทศหนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย โดยเฉพาะกฎหมายด้านยาเสพติด ลำ้หน้าที่สุดประเทศหนึ่งในโลก ที่ปลดล็อคกัญชามามากว่า 10 ปี โดยผลักดันภายใต้การศึกษาวิจัยทางคลินิกอย่างจริงจังต่อเนื่องตลอดมา ทั้งนี้ เพื่อนำมาอัพเดทให้กับท่านผู้อ่านที่สนใจโยบายเรื่องปลดล็อคกัญชาของประเทศไทย โดยกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้นโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขท่านปัจจุบัน ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล

ผลิตภัณฑ์กัญชาที่กล่าวถึง

ผลิตภัณฑ์กัญชาสำหรับใช้เป็นยาในประเทศอังกฤษ ประกอบไปด้วยกัญชาที่มาจากพืชกัญชา รวมถึง A-Tetrahydroocanabinoil (THC), canabidol (CBD) หรือการใช้ร่วมกันระหว่าง THC และ CBD cannabinoids ซึ่งถือเป็นการนำมาใช้ทางการแพทย์เช่นเดียวการรักษาด้วยยาทั่วไป

อย่างไรก็ตามสาร THC ที่เป็นส่วนประกอบสำคัญในพืชกัญชานั้น จัดอยู่ในกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นอันตรายต่อร่างกาย มีการควบคุมขนาดที่เหมาะสมในกฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะถือเป็นสารที่เป็นอันตรายมากกว่า CBD จำต้องเฝ้าระวังอันตรายถึงขนาดที่อาจจะเป็นพิษต่อร่างกาย

การกำหนดคุณสมบัติของกัญชาตามกฎหมายใหม่เริ่มต้นในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2018 ที่ได้มีการอนุญาตให้มีผลิตภัณฑ์กัญชา โดยเฉพาะในกลุ่มที่ยังไม่ได้มีใบอนุญาต ซึ่งถือเป็นพัฒนาการทางการแพทย์ที่น่าสนใจในอังกฤษ ที่เดิมตามกฎหมายยาเสพติดฉบับปรับปรุงปี ค.ศ. 2001 ได้กำหนดให้มีการครอบครองเฉพาะในกลุ่มผู้เชี่ยวชาญที่ต้องมีใบอนุญาต เพื่อการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาใ่ช้ทางการแพทย์ ซึ่งนั่่นเป็นการปลดล็อคกัญชาจากยาเสพติดร้ายแรงครั้งแรก ซึ่งก้าวหน้ากว่าประเทศไทยมากกว่า 10 ปี แต่ครั้งนี้ได้เปิดกว้างการครอบครองมากขึ้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ CBD ที่ไม่ใช้ยารักษาทางการแพทย์ ถือเป็นสิ่งถูกกฎหมายและมีอยู่ทั่วไปในอินเตอร์เน็ท ในรูปอาหารเสริม แต่มาตรฐานเพื่อการรักษายังถือว่าคุณภาพยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานทางการแพทย์

อย่างไรก็ตาม เดิมทีนั้นกัญชาและอนุพันธ์จากพืชกัญชายังถือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ที่ไม่มีคุณค่าทางการแพทย์ อยู่ในระดับเดียวกับกลุ่มยาเอคตาซี (Ecstasy) ซึ่งจัดเป็นยาเสพติดร้ายแรงประเภทที่ 1 ต่อมาในปี ค.ศ. 2001 กฎหมายเปิดช่องให้มีการนำมาใช้เพื่อการศึกษาวิจัยโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาต ส่งผลทำให้มีผลิตภัณฑ์สังเคราะห์ cannabinoids (CBD) ที่ไม่ใช่ยาออกสู่ท้องตลาดและสังคม มีชื่อที่รู้จักกันคือ Spice ถูกนำมาใช้และจัดอยู่ในประเภทที่มีความเสี่ยงต่ำ นั่นคือมีความปลอดภัยต่อผู้ใช้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นของอังกฤษในการใช้ผลิตภัณฑ์จาก CBD ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ 1 พย. 2018 ที่กล่าวมาข้างต้นนั้น อังกฤษได้ออกกฎหมายให้ผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชาทั้งกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงเช่น THC และความเสี่ยงต่ำอย่างเช่น CBD ให้มีการใช้โดยไม่ต้องขออนุญาต (Unlicenced) อย่างไรก็ตาม การใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการรักษาทางการแพทย์นั้น ยังอยู่ในความดูแลของแพทย์ที่ขึ้นทะเบียนกับแพทย์สภา (General medical council) เท่านั้น

ผลิตภัณฑ์จากกัญชาเพื่อการรักษาหรือเป็นอันตรายอย่างไร

THC และ CBD มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกัน แต่อย่างไรก็ตาม เป็นที่ทราบกันดีว่า ทั้งสองผลิตภัณฑ์มีผลต่อการทำงานของระบบประสาทส่วนกลางของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ซึ่งส่งผลต่อการรักษาทางการแพทย์ ยกตัวอย่างเช่น CBD เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะไปเพิ่มระดับ endocannabinoid ในพลาสม่า จากการการทดลองทางคลินิกในผู้ป่วยจิตเภทซึ่งสัมพันธ์กับระดับอาการต่างๆในภาพรวมดีขึ้น เมื่อนำผลิตภัณฑ์ CBD และ THC ในสัดส่วนที่เหมาะสม จะสามารถลดอาการข้างเคียงและความเสี่ยงบางประการจาก THC ลง ทำให้ผลการรักษาโดยเฉพาะอาการหวาดระแวง และความจำเสื่อมในผู้ป่วยจิตเภทมีอาการดีขึ้น จากการศึกษาทบทวนเป็นระบบพบว่า สารสกัดจากพืชกัญชาที่มีสารประเภท THC สูง มีความเกี่ยวข้องกับการเพิ่มขึ้นของอัตราอาการเวียนศีรษะ ซึ่งถือเป็นผลข้างเคียงที่พบบ่อย มีเพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับยาหลอก

ผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยา

ผลิตภัณฑ์ CBD ที่อยู่รูปแบบอาการเสริมเพื่อสุขภาพ สมุนไพรต่างๆ มีจำหน่ายทั่วไปอย่างกว้างขวางในอังกฤษ ทั้งในร้านและบนอินเตอร์เน็ท ซึ่งไม่มีการควบคุมให้เป็นยา แต่อย่างไรก็ตาม การผสมสารจากผลิตภัณฑ์กัญชา โดยเฉพาะ THC ในกลุ่มสมุนไพร ที่ถูกกฎหมายนั้น ถูกควบคุมให้มีส่วนผสมได้ไม่เกิน 0.2% เช่นเดียวกับประเทศอื่นในสภาพยุโรป อย่างไรก็ตาม การผสมสารดังกล่าวนั้น บางครั้งก็ไม่เป็นไปตามาตรฐานที่กฎหมายกำหนด ซึ่งจากการศึกษา การสุ่มตรวจผลิตภัณฑ์ที่มีไม่ใช่ยาพบว่า ผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมของสาร CBD น้อยกว่าสาร THC ซึ่งทำให้ผู้ใช้มีความเสี่ยงสูงในการใช้ที่ปลอดภัย ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาการควบคุมการผลิตในผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช่ยาที่ยังขาดการดูแลได้ทั่วถึง

รูปภาพประกอบ: ผลิตภัณฑ์จากพืชกัญชาที่อยู่ในรูปอาหารเสริม สมุนไพร ที่สามารถพบเห็นได้ตามร้านทั่วไปในอังกฤษ

288743

แหล่งข้อมูล

1. มูลนิธิเพื่อการปฏิรูปนโยบายยาเสพติด (Transform Drug Policy Foundation (UK)). การยุติสงครามยาเสพติดทำอย่างไรจึงจะชนะ; การอภิปรายว่าด้วยนโยบายยาเสพติดโลก "กัญชาทางการแพทย์". เอกสารประกอบการประชุมวิชาการโครงการกำลังใจในพระดำริฯ ปี 2560. พ.ศ. 2560 หน้า 144-154

2. https://www.bmj.com/content/365/bmj.l1141

9 มกราคม 2563

By nitayaporn.m

Views, 1909