เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

ยาสกัดจากพืชกัญชาตัวแรกจากสหรัฐ

ยาสกัดจากกัญชาตัวแรกจากสหรัฐ ที่องค์การอาหารและยารับรอง

มาทำความรู้จักยาสกัดจากพืชกัญชาตัวแรกของสหรัฐ ที่องค์การอาหารและยาสหรัฐรับรองให้เป็นยารักษาโรคลมชักอย่างรุนแรงในเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไป

กัญชาเพื่อนำมาใช้ทางการแพทย์ ได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วโลกเป็นอย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม ข้อมูลต่างๆก็มีความหลากหลาย แต่สิ่งหนึ่งที่หลายท่านทราบกันดีนั่นคือ Cannabidiol (CBD) อาจมีประโยชน์ต่อสุขภาพบ้าง ขณะเดียวกันเหรียญย่อมมีสองด้านเสมอ และอาจมีความเสี่ยง โดยวันนี้เป็นการนำเสนอความคืบหน้าของวิวัฒนาการด้านกัญชาในสหรัฐ ซึ่งยังถือเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางข้อคิดเห็น ทำให้การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกัญชา ยังมีความแตกต่างในทางปฏิบัติในแต่ละรัฐ อย่างไรก็ตาม สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของสหรัฐฯ (DEA;ดีอีเอ) เองยังไม่ได้อนุญาตให้เข้าถึงกัญชาอย่างถูกกฎหมาย โดยจัดให้กัญชาอยู่ในยาเสพติดร้ายแรงประเภทที่ 1 ซึ่งก็คืออยู่ในประเภทเดียวกับเฮโรอีน และยาแอลเอสดี ที่ถูกระบุว่ามีอันตรายร้ายแรงถึงชีวิตอย่างที่สุด และไม่มีประโยชน์ด้านการแพทย์ใดๆ

อย่างไรก็ตาม ในด้านความคืบหน้าทางวิชาการในการที่จะนำผลิตภัณฑ์กัญชามาเพื่อการแพทย์ของสหรัฐกลับมีความคืบหน้าชัดเจนเป็นอย่างยิ่ง นั่นคือ องค์การอาหารและยาสหรัฐ (The Food and Drug Administration (FDA)) ได้อนุญาตให้ยา Epidiolex® (cannabidiol, or CBD), ซึ่งเป็นยาน้ำใช้ทางปาก (Oral solution) ที่สกัดจาก CBD (99%) และ THC (0.10%) ในพืชกัญชาเป็นครั้งแรกของสหรัฐ ซึ่งเป็นประเทศที่การกฎหมายกัญชายังไม่ปลดล็อคทั้งหมด โดยยาตัวดังกล่าวได้รับอนุมัติให้ใช้กับคนไข้ตั้งแต่อายุ 2 ขวบขึ้นไป ที่ป่วยเป็นโรคลมชักขั้นรุนแรง Dravet Syndrome (DS) และโรคชัก Lennox Gastaut syndrome (LGS) รูปแบบโรคลมชักที่เริ่มมีอาการตั้งแต่วัยเด็กและเป็นโรคที่ดื้อต่อการรักษา

กลุ่มอาการของ Lennox-Gastaut และ Dravet Syndrome กับการเข้าถึงสาร CBD เพื่อรักษา

Lennox-Gastaut และ Dravet Syndrome เป็นกลุ่มอาการชักที่ทำให้ร่างกายอ่อนแอลงอย่างมากในเด็ก ผู้ที่ป่วยมักจะมีอาการชักหลายครั้งต่อวัน พวกเขามีแนวโน้มที่จะมีปัญหาพัฒนาการและมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตก่อนกำหนด เป็นเวลาหลายปีที่พ่อแม่ที่มีเด็กต้องประสบกับความทุกข์ทรมานจากความผิดปกติเหล่านี้ การเข้าถึงสารสกัดจากพืชกัญชาเพื่อนำมารักษา บางครั้งครอบครัวผู้ป่วยต้องย้ายบ้านไปอยู่ที่รัฐที่อนุญาตให้เข้าถึงกัญชาได้แบบถูกกฎหมาย อันเนื่องมาจากสาเหตุเรื่องทิศทางกฎหมายที่แตกต่างกัน แม้ว่าจะได้รับการยืนยันทางวิชาการในหลายประเทศว่าเป็นประโยชน์ แต่เนื่องจากผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์ในสหรัฐ ยังคงไม่อยู่ภายใต้ข้อบังคับความปลอดภัยของรัฐบาลกลางเดียวกันกับการควบคุมยา จึงไม่สามารถรับประกันว่าน้ำมัน CBD จะติดฉลากอย่างถูกต้องหรือไม่มีสารปนเปื้อน นอกจากนี้ด้วยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวผู้ป่วยหรือผู้ดูแลของพวกเขาอาจไม่สามารถควบคุมปริมาณได้อย่างแม่นยำหรือแม้กระทั่งรู้ว่ามีการใช้ยาขนาดใด

ดังนั้น การออกผลิตภัณฑ์สกัดจากพืชกัญชาตัวแรกที่ชื่อ Epidiolex ที่องค์การอาหารและยารับรองในครั้งนี้ ได้วางจำหน่ายแก่ผู้ป่วยในฤดูใบไม้ร่วงปี 2018 จึงถือเป็นความคืบหน้าและรับประกันได้ว่า สารสกัดกัญชาดังกล่าวจะปลอดภัยและเชื่อถือได้มากกว่าผลิตภัณฑ์ CBD ที่มีอยู่ตามท้องตลาดในปัจจุบันผ่านทางตัวแทนจำหน่ายกัญชาหรือบนอินเทอร์เน็ต เนื่องจากใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ นั่นคือ ต้องมีใบสั่งยาจากแพทย์เท่านั้น

ซึ่งการผลิตยารักษาโรคลมชักขนานดังกล่าว เป็นของ GW Pharmaceuticals Plc โดยเมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2561 บริษัทได้รับการอนุมัติจากองค์การอาหารและยาสหรัฐอเมริกา (FDA) ให้สกัดจากพืชกัญชา กลายเป็นยาสกัดจากกัญชาตัวแรกที่ผ่านการรับรองในประเทศสหรัฐ ซึ่ง นายสกอตต์ เลียบ หนึ่งในคณะกรรมการขององค์การอาหารและยาสหรัฐฯได้กล่าวเปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า “การอนุมัติครั้งนี้คือเครื่องเตือนความทรงจำว่า ความก้าวหน้าด้านการพัฒนาทางวิทยาศาสตร์ ที่บรรจุอยู่ภายในกัญชา อาจนำไปสู่การบำบัดทางการแพทย์อันสำคัญยิ่ง”

ทั้งนี้จากรายงานการศึกษาเชิงทดลองทางคลินิกของ Krithiga Sekar นักวิจัยของ GW และนักวิจัยจากโรงเรียนแพทย์ในมหวิทยาลัยแอตแลต้า รัฐจอร์เจีย เผยแพร่ในฐานข้อมูล NIH ของสหรัฐ ปี 2019 ได้มีการทำวิจัยทางคลินิกในคนเทียบกับยาหลอก (double-blind, placebo-controlled trial) ในผู้ป่วยจำนวน 3 ราย โดยเป็นวัยเด็ก 1 ราย และอีกสองรายเป็นวัยผู้ใหญ่ (อายุ 55 ปี) พบว่ามีอาการดีขึ้นอย่างชัดเจน

Epidiolex จึงเป็นยาที่สกัดจาก CBD กว่าร้อยละ 99 (ซึ่งเป็นหนึ่งในสารประกอบหลายร้อยชนิดที่พบในพืชกัญชา) และมี THC (สารที่มีฤทธ์ต่อจิตประสาท) เพียงแค่ร้อยละ 0.1 ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ในเชิงวิชาการแล้วสาร THC มีความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงมากกว่า โดยก่ออาการหวาดระแวง, กระวนกระวาย และภาพหลอน แต่ก็มีประโยชน์ระดับหนึ่ง ในขณะที่ CBD ออกฤทธิ์ในทางตรงกันข้าม มีความเสี่ยงน้อยกว่า อย่างไรก็ตามสัดส่วนที่เหมาะสมของสารทั้งสองตัวดังกล่าว เหล่านักวิทยาศาสตร์หลายคนเชื่อว่า อาจมีความเป็นไปได้ที่มันจะสามารถช่วยรักษาผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตได้ด้วย อย่างไรก็ตามในทางปฏิบัติแม้พวกผู้สนับสนุนให้กัญชาเป็นสิ่งถูกกฎหมาย จะบอกว่าการตัดสินใจดังกล่าวคือก้าวย่างที่ถูกต้อง แต่ภาคธุรกิจที่ต้องพึ่งพิงต้นกัญชายังต้องต่อสู้กับมาตรการแบนของรัฐบาลกลางที่ห้ามใช้กัญชาในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม การเปิดตัวของยาดังกล่าวอยู่ภายใต้ดุลยพินิจของดีเอเออย่างใกล้ชิด

กล่าวโดยสรุป

การนำเสนอบทความนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆกับธุรกิจ ข้อมูลที่นำเสนอเพียงเป็นข้อมูลเชิงวิชาการ เพื่อให้ความรู้ข่าวสารที่ถูกต้องและน่าเชื่อถือต่อประชาชน ซึ่งข้อมูลที่กล่าวมาได้แสดงความคืบหน้าของการผลิตสารสกัดจากพืชกัญชา ที่มีความปลอดภัยเป็นยารักษาอาการชักขั้นรุนแรงในเด็กได้ เพื่อให้ท่านผู้อ่านที่ติดตามนโยบายปลดล็อคกัญชาของรัฐบาลมีความมั่นใจต่อทิศทางการปลดล็อค ในการริเริ่มนำสารสกัดจากพืชกัญชามาใช้ประโยชน์ต่อผู้ที่ทุกข์ทรมานจากความเจ็บป่วย และครอบครัวที่ต้องดูแล แม้แต่ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่กฎหมายยังมีแนวปฏิบัติที่แตกต่างกันต่อสถานะกัญชา ความพยายามที่จะนำมาใช้ประโยชน์มีมาให้เห็นเป็นระยะ แม้จะก้าวอย่างช้าๆก็ตาม เนื่องจากงานวิจัยในภูมิภาคอื่นๆเพื่อรับรองสถานะกัญชาในด้านการแพทย์มีมาตั้งแต่ปี 1995 แล้วก็ตาม อย่างไรก็ตามมีสิ่งหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้นั่นคือ ประโยชน์ในทางการแพทย์เพื่อรักษาโรคเรื้องรังรุนแรงนั้น มีจริงและยืนยันได้ทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ผู้ป่วยและครอบครัวลดความทุกข์ทรมานจากโรคเรื้อรังและดื้อต่อการยารักษาอื่นๆ

แหล่งข้อมูล

1. https://www.drugabuse.gov/about-nida/noras-blog/2018/07/fda-approves-first-drug-derived-marijuana

2. https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC6396837/

13 มกราคม 2563

By nitayaporn.m

Views, 6437