เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

รับมือโควิดด้วยสมุนไพรสไตล์อภัยภูเบศร (ตอนจบ)

HERBAL GUIDE FOR COVID-19 รับมือโควิดด้วยสมุนไพรสไตล์อภัยภูเบศร (ตอนจบ)

HOT ISSUE เรื่องโดย... ศิริกร โพธิจักร

3 CHECKLIST เกณฑ์ผู้ป่วยสีเขียว เหลือง แดง

กรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ระบุถึงเกณฑ์ผู้ป่วย 3 กลุ่มแยกตามระดับความรุนแรงของอาการ ดังนี้

เกณฑ์ผู้ป่วยสีเขียว มี 8 ข้อ ดังนี้

■ ผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการหนัก

■ อายุไม่เกิน 60 ปี

■ สุขภาพร่างกายแข็งแรง

■ อยู่คนเดียว หรือมีผู้อยู่ร่วมไม่เกิน 1 คน

■ ไม่มีภาวะอ้วน

■ มีไข้ วัดอุณหภูมิได้ตั้งแต่ 37.5 องศาขึ้นไป ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ มีผื่น ถ่ายเหลว แต่ยังหายใจปกติได้ ไม่เหนื่อย ไม่หายใจลำบาก ไม่มีปอดอักเสบ

■ ไม่มีโรคประจำตัว ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง โรคไตเรื้อรัง (ระยะ 3, 4, 5) โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคหลอดเลือดสมอง เบาหวานที่ควบคุมไม่ได้ และโรคอื่นๆ ตามดุลยพินิจของแพทย์

■ ยินยอมแยกตัวในที่พักของตนเอง

เกณฑ์ผู้ป่วยสีเหลือง มี 4 ข้อ ดังนี้

● แน่นหน้าอก หายใจลำบาก เวลาไอแล้วเหนื่อย

● อ่อนเพลีย เวียนหัว อาเจียน

● มีอาการปอดอักเสบ

● ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้ง/วัน

เกณฑ์ผู้ป่วยสีแดง มี 4 ข้อ ดังนี้

⬥ หอบเหนื่อย พูดไม่เป็นประโยคขณะสนทนา

⬥ แน่นหน้าอกตลอดเวลา หรือหายใจแล้วเจ็บหน้าอก

⬥ ซึม เรียกไม่รู้สึกตัว หรือตอบสนองช้า

⬥ เอกซเรย์พบปอดอักเสบรุนแรง มีภาวะปอดบวม ความอิ่มตัวของเลือดน้อยกว่า 90% หรือมีภาวะลดลงของออกซิเจนมากกว่าหรือเท่ากับ 3% ของค่าที่วัดได้ครั้งแรกขณะออกแรง

WHEN WILL IT END?

มหากาพย์โควิดต้องสู้ไปอีกนาน

ตอนนี้ผู้คนทั่วโลกล้วนมีคำถามในใจ การระบาดของโควิดจะจบลงเมื่อไร คำถามนี้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกก็พยายามช่วยหาคำตอบอย่างเต็มที่

ล่าสุด บทความเรื่อง “How the pandemic might play out in 2021 and beyond” ซึ่งดีพิมพ์ในวารสาร Nature ซึ่งเป็นวารสารวิทยาศาสตร์ชั้นนำระบุว่า พวกเราอาจได้รับคำตอบจากทีมวิจัยในประเทศบราซิล

ทีมวิจัยของมหาวิทยาลัย Anhembi Morumbi เมืองเซาเปาลู ประเทศบราซิล ซึ่งเป็นประเทศหนึ่งในโลกที่มีอัตราการระบาดสูงสุดได้ทำแบบจำลองทางคณิตศาสตร์มากกว่า 250,000 ตัวอย่าง เพื่อประเมินว่าต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถควบคุมการระบาดได้

พวกเขาพบว่า แนวโน้มตัวเลขการระบาดค่อยๆ ลดลงได้ภายใน 2 ปี โดยปัจจัยหลัก 2 ข้อ ซึ่งหากทำได้ทั้ง 2 ข้อ ตัวเลขผู้ติดเชื้อใหม่จะค่อยๆ 80 วัน โดยมีรายละเอียด ดังนี้

⬧ การกระจายวัคซีน ต้องครอบคลุมประชากรอย่างต่ำร้อยละ 70

⬧ การใช้มาตรการพื้นฐาน ได้แก่ การเว้นระยะห่างทางสังคมร่วมกับการสวบหน้ากากอนามัยและล้างมือบ่อยๆ โดยต้องรณรงค์ให้ประชาชนอย่างต่ำร้อยละ 60 ปฏิบัติตามมาตรการนี้อย่างเคร่งครัด

ขณะที่ผู้ช่วยศาสตราจารย์โจนาทาน แกรด นักระบาดวิทยา คณะสาธารณสุข มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา ประเมินว่า ไม่ว่าจะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันด้วยวิธีใดๆ ตัวอย่างเช่น การฉีดวัคซีน ถ้าหากทำแล้วภูมิคุ้มกันต่อไวรัสลดลงและไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ต่อเนื่องต่ำกว่า 1 ปี จะทำให้เกิดการระบาดซ้ำและมีโอกาสที่จะระบาดเป็นวงกว้างอีกในปี 2025

ผู้พัฒนาวัคซีนต้องเร่งปรับปรุงให้ได้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพดีขึ้นกว่าเดิม เพราะในบรรดาที่มีอยู่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้เพียง 4-6 เดือน เป็นเหตุผลให้การฉีดวัคซีนเข็ม 3 เป็นเรื่องปกติ และต้องปรับปรุงวัคซีนรุ่นถัดมาให้พร้อมรับมือกับเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่ๆ ในอนาคตให้ได้อีกด้วย..

นิตยสารชีวจิต ปีที่ 23 ฉบับที่ 551 เดือนกันยายน 2564

1 ตุลาคม 2564

By STY/Lib

Views, 169