เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

กระชาย ยอดยาสมุนไพร หยุดโรคระบาดจากไวรัส& เสริมภูมิคุ้มกันชีวิต

กระชาย ยอดยาสมุนไพร หยุดโรคระบาดจากไวรัส& เสริมภูมิคุ้มกันชีวิต

(ตอนที่ 1)

จากธรรมชาติสู้ตำรับยา... โดย กนกกาญจน์ เอี่ยมสะอาด

เสียงโขลกพริกแกงด้วยครกหินดังเป็นจังหวะอย่างชำนาญ สักพักพริกขี้หนู กระเทียม พริกไทยก็ถูกบดตำผสมผสานจนละเอียดเป็นเครื่องแกงกลิ่นหอมของอาหารพื้นบ้านดั้งเดิมที่กลายเป็นเมนูสุขภาพยอดฮิตในปัจจุบัน

ผัดฉ่าปลาดุก อาหารจานเด็ดรสชาติจัดจ้านของแม่ซึ่งพื้นเพเป็นชาวสวนอาศัยอยู่ริมคลองที่ยังคงอุดมสมบูรณ์ไปด้วยปลานานาชนิด โดยวิถีของชาวบ้านสวนริมคลองแห่งนี้นิยมใช้เนื้อปลาจากธรรมชาติมาทำเป็นอาหารหลากหลาย ทั้งผักฉ่า แกงป่า น้ำยาขนมจีน และแกงเลียง โดยใช้เครื่องแกงเป็นพืชสมุนไพรที่ปลูกไว้ตามริมรั้วช่วยชูรสชาติ ดับกลิ่นคาว และช่วยปรับสมดุลร่างกายตามภูมิปัญญาดั่งเดิมของคนไทย สำหรับผัดฉ่ารสมือแม่จานนี้เป็นเมนูประเภทผัดชนิดหนึ่งที่มีรสชาติเผ็ดอร่อย

เครื่องแกงผัดฉ่ามีพริกขี้หนู กระเทียม และพริกไทย โขลกรวมกันและนำไปผัดกับเนื้อสัตว์ ใส่กระชาย พริกไทยอ่อน ใบกะเพรา พริกไทย และใบมะกรูด

ส่วนแกงป่าเป็นแกงรสชาติเผ็ดร้อนที่ไม่ใส่กะทิ เครื่องแกงมีสมุนไพรหลายชนิด ทั้งพริก ตะไคร้ซอย ผิวมะกรูด กระเทียม หอมเล็ก กะปิ และรากผักชี โขลกรวมกันจนละเอียดนำไปผัดจนหอม แล้วนำไปแกงรวมกับเนื้อสัตว์ตามชอบพร้อมกับผักอีกหลายชนิด เช่น ฟักทอง ถั่วฝักยาว มะเขือเปราะ และที่ขาดไม่ได้คือกระชายซอย

น้ำยาป่าขนมจีน เป็นเมนูอาหารสุขภาพพื้นบ้านที่หากินง่าย เครื่องแกงน้ำยาป่ามีส่วนผสมของข่า กระชาย หอมเล็ก กระเทียม โขลกรวมกันจนละเอียดผสมกับเนื้อปลา น้ำยาป่าขนมจีนกันกับผักสดหรือผักลวกตามฤดูกาลและไข่ต้ม การันตีความอร่อยชัวร์

ปัจจุบันเมื่อเราต้องดูแลตัวเองและใส่ใจสุขภาพมากขึ้นทำให้อาหารพื้นบ้านกลับมาได้รับความสนใจเพราะอุดมไปด้วยสมุนไพรยาธรรมชาติที่ช่วยป้องกันรักษาโรคภัยและช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรง

วกกลับมาที่ครัวของแม่อีกที ตอนนี้เครื่องแกผัดฉ่าโขลกจนได้ที่แล้ว ส่วนปลาดุกขนาดกำลังดีที่จับได้จากคลองหน้าบ้านก็หั่นเป็นชิ้นเตรียมไว้อย่างเรียบร้อย จากนั้นแม่ก็นำกระทะตั้งบนเตาผัดเครื่องแกงจนหอม ใส่เนื้อปลา กระชายซอย พริกไทยอ่อน กะเพรา และใบมะกรูด ผัดฉ่าปลาดุกราดข้าวสวยร้อนๆ จานนี้รับรองว่าไม่ได้มีดีที่ความอร่อยอย่างเดียวแน่นอน

กระชายกับศักยภาพการพัฒนาเป็นยาต้านไวรัสก่อโรคโควิด-19

ปัจจุบันมีงานวิจัยมารองรับสรรพคุณของสมุนไพรที่เป็นส่วนผสมในเครื่องแกงไทยหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือกระชายที่มีข่าวเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยที่พบสารสำคัญจากกระชายขาวมีฤทธิ์ยับยั้งไวรัสโควิด-19 ในหลอดทดลอง โดยการศึกษาวิจัยปัจจุบันพบว่าสารสกัดจากกระชายนอกจากจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ช่วยต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อนในหลอดทดลองแล้ว ยังพบฤทธิ์ยับยั้งเชื้อจุลชีพก่อโรค ทั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อราด้วย

โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2563 ที่ผ่านมา มีรายงานการศึกษาวิจัยจากศูนย์ความเป็นเลิศด้านชีววิทยาศาสตร์ (องค์การมหาชน) (TCELS) ร่วมกับคณะวิทยาศาสตร์ และคณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เกี่ยวกับความก้าวหน้าของการค้นหายาต้านเชื้อไวรัสโคโรนาจากสารสกัดธรรมชาติและสมุนไพรที่เป็นอาหารของคนไทย จำนวน 121 ตัวอย่าง ซึ่งผลการศึกษาพบว่า มีสารสกัดจำนวน 6 ชนิดที่มีศักยภาพยับยั้งการเพิ่มจำนวนของไวรัส ASRSCoV-2 ที่ปริมาณความเข้มข้นของยาในระดับน้อยๆ และไม่เป็นพิษต่อเซลล์ (ซึ่งผลดังกล่าวได้ผ่านการทดสอบเทียบเคียงกับผลการยังยั้งของ FDA Approved Drugs ได้แก่ ยา Niclosamide และยา Hydroxychloroquine แล้ว)

โดยการศึกษาดังกล่าวพบสารสกัดจากสมุนไพร 2 ชนิดที่สามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ คือสารสกัดจากขิงและกระชายขาว ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์พบว่าสารสำคัญจากกระชายขาวมีฤทธิ์แรงที่สุด โดยให้สารแรงกว่าสารสกัดบริสุทธิ์ฟ้าทะลายโจร 30 เท่า และแรงกว่าสารสกัดขิง 10 เท่า ซึ่งถือว่าดีที่สุดในบรรดาสารที่นำมาทดสอบทั้งหมด โดยสารสำคัญ 2 ชนิดหลักในกระชายขาวที่มีฤทธิ์ยับยั้งเชื้อไวรัสคือ แพนดูเรทินเอ (Panduratin A) และพินนอสตรอบิน (Pinostrobin) ซึ่งทางมหาวิทยาลัยมหิดลร่วมกับ TCELS จะขยายผลการศึกษาสู่การทกสอบในสัตว์ทดลองและการศึกษาวิจัยในคนต่อไป หากได้ผลดีจะทำให้ประเทศไทยสามารถผลิตยาต้านไวรัสก่อโรคโควิด-19 ที่เป็นยาพัฒนาจากสมุนไพรได้

(ที่มา : จุลสารกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ฉบับรวมเล่มปี 2561-2563)

พท.ป.นิเวศน์ บวรกุลวัฒน์ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กระชายมี 3 ชนิด ชนิดที่ 1 คือ กระชายขาว กระชายเหลือง หรือเรียกว่า กระชายแกง ซึ่งเป็นกระชายที่ใช้ทำอาหารทั่วไป ชนิดที่ 2 คือ กระชายแดง เป็นสมุนไพรหายาก ส่วนใหญ่หมอยาพื้นบ้านใช้ในตำรับยารักษาโรคมะเร็งตามศาสตร์การแพทย์พื้นบ้าน และชนิดที่ 3 คือ กระชายดำ ส่วนใหญ่ใช้ทำยาอายุวัฒนะบำรุงสมรรถภาพทางเพศ ซึ่งปัจจุบันมีทั้งไวน์กระชายดำและน้ำหมักกระชายดำ

“กระชายทั้ง 3 ชนิดเป็นสมุนไพรรสเผ็ดร้อนปร่า ซ่าๆ เวลากินเข้าไปจะรู้สึกชาปลายลิ้น มีคุณสมบัติขับลม กระจายเลือดลมได้ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เวลาใครท้องอืด ท้องเฟ้อ กินอาหารที่มีส่วนประกอบของกระชายเยอะๆ จะช่วยลดอาการได้”

กระชายมีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Boesenbergia rotunda (L.) Mansf. จัดอยู่ในวงศ์ขิงข่า มีลักษณะเป็นเหง้าสั้น ลักษณะอวบน้ำ รูปทรงกระบอก ตรงกลางพองกว่าส่วนหัวและท้าย ผิวสีน้ำตาลอ่อน เนื้อในสีเหลือง มีรสเผ็ดร้อน ขม กลิ่นหอมฉุน พบสารในกลุ่มฟลาโวนอยด์ และสารสำคัญในน้ำหอมระเหย เช่น โบเซนเบอร์จินเอ (Boesenbergin A), พินนอสตรอบิน (Pinostrobin), แคมเฟอร์ (Camphor), คาร์ดามอนิน (Cardamonin), และแพนดูเรทินเอ (Panduratin A) นอกจากนั้นยังพบว่ากระชายอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุ เช่น แคลเซียม เหล็ก วิตามินเอและบี

ตามตำรับยาไทยใช้เหง้ากระชายช่วยขับลม ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้ปวดมวนท้อง รักษาโรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง ช่วยขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด การแพทย์พื้นบ้านใช้บำรุงกำลัง บำรุงกำหนัด แก้กามตายด้าน ชาวบ้านทั่วไปใช้ประกอบอาหารเพื่อดับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์และปลา 

กระชายดำ สมุนไพรบำรุงกำลัง...ยาอายุวัฒนะ

กระชายดำ (Black Ginger) เป็นหนึ่งในสี่ของสมุนไพรที่กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกและภาคีเครือข่ายคัดเลือกให้เป็นผลิตภัณฑ์หรือสมุนไพรต้นแบบ เนื่องจากเป็นสมุนไพรที่มีศักยภาพสูงในเชิงพาณิชย์ ได้รับความนิยมเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย และเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ปัจจุบันกระชายดำเป็นสมุนไพรที่มีผลการศึกษาวิจัยทั้งในระดับหลอดทดลอง สัตว์ทดลอง และการศึกษาวิจัยในคน พบว่ามรสรรพคุณบำรุงกำลัง สอดคล้องกับข้อกล่าวอ้างตามภูมิปัญญาจริง นอกจากนี้ยังเป็นสมุนไพรที่มีผลิตภัณฑ์ได้รับการขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กระทรวงสาธารณสุข มากถึง 113 รายการ

กระชายดำเป็นพืชวงศ์เดียวกับขิง ข่า และขมิ้น มีชื่อวิทยาศาสตร์คือ Kaempferia parviflora Wall. Ax Baker เป็นพืชพื้นบ้านเขตร้อนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเหง้ากระชายดำประกอบด้วยสารสำคัญต่างๆ ไก้แก่ น้ำมันหอมระเหย และสารกลุ่มฟลาโวนอยด์ กลุ่มสารแอนโทไซยานิน และสารประกอบฟีนอลิก ซึ่งสาระสำคัญดังกล่าวเป็นที่ทราบกันดีว่ามีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่ดี

ตามภูมิปัญญาไทยจะใช้กระชายดำส่วนเหง้าประมาณ 4-5 ขีด ฝานเป็นแว่นบางๆ แช่น้ำดื่ม หรือดองน้ำผึ้งในอัตราส่วน 1 : 1 นาน 7 วัน และนำมาดื่มก่อนนอนเพื่อรักษาอาการท้องอืด เฟ้อ หรือบำรุงสุขภาพ นอกจากจี้ตามตำรายาไทยใช้เหง้ากระชายรักษาโรคในปาก เช่น ปากเปื่อย ปากเป็นแผล ปากแห้ง และขับระดูขาว ขับปัสสาวะ รักษาโรคบิด แก้ปวดมวนท้อง และการศึกษาวิจัยในปัจจุบันพบว่า สารสกัดจากกระชายจอกจากจะมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบต่างๆ ของร่างกายแล้ว ยังพบฤทธิ์ช่วยต้านการเสื่อมของกระดูกอ่อนในหลอดทดลอง และฤทธิ์ต้านเชื้อจุลชีพก่อโรคทั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อรา

พท.ป.นิเวศน์ บวรกุลวัฒน์ แพทย์แผนไทยปฏิบัติการ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการกินกระชายและสมุนไพรฤทธิ์ร้อนที่กำลังเป็นกระแสในสื่อโซเชียลว่า ช่วงนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝน อิทธิพลของธาตุลมจะทำให้การไหลเวียนในร่างกายอาจจะมีปัญหาได้ ดังนั้นการกินกระชายหรือสมุนไพรฤทธิ์ร้อนทั้งหลายจึงเหมาะกับช่วงเวลานี้ แต่ย้ำว่ากระชายและสมุนไพรทุกชนิดต้องรู้วิธีกินที่ถูกต้อง จึงช่วยป้องกันโรค เสริมสร้างภูมิคุ้มกันโดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ยกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร แต่กินกระชายในปริมาณมากจะทำให้เกิดการระคายเคืองมากขึ้น อาการท้องอืดท้องเฟ้อที่เป็นอยู่แทนที่จะหายก็กลับรุนแรงขึ้นจากการระคายเคือง

ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีข้อมูลสมุนไพรต้านไวรัสโควิด-19 มากมาย ทั้งให้นำขิง ข่า ตะไคร้ กระชาย และสมุนไพรฤทธิ์ร้อนมากินรวมกัน ซึ่งต้องระมัดระวังในผู้ที่เป็นโรคกระเพาะอาหาร หรือถ้าทำเป็นเครื่องดื่มส่วนใหญ่จะใส่น้ำตาลปริมาณมาก ก็ต้องระมัดระวังในผู้ที่ต้องควบคุมน้ำตาล ฉะนั้นถึงแม้มียาดี หมอดี ก็ต้องรู้จักวิธีกินกระชายหรือสมุนไพรอื่นๆ อย่างถูกวิธีด้วย พท.ป.นิเวศน์จึงแนะนำดังนี้

1. ถ้ามีอาการร้อนในบ่อยๆ หรืออยู่ในช่วงมีอาการร้อนใน ปากมีกลิ่น มีแผลในช่องปาก ต้องระมัดระวังการกินกระชายในปริมาณที่พอเหมาะ เพราะการกินกระชายจะเพิ่มความร้อนในร่างกายให้มากขึ้น ทำให้แผลในบากมีอาการรุนแรงขึ้น ควรลดปริมาณการกินกระชายหรือหยุดกิน

2. คนที่เป็นไข้ตัวร้อนต้องหยุดกินกระชาย

3. ถ้าเป็นโรคกระเพาะอาหาร การกินกระชายเข้าไปมากๆ จะทำให้เกิดการระคายเคือง ทำให้เกิดอาการท้องอืดท้องเฟ้อ จึงต้องระมัดระวังการกินกระชายและสมุนไพรฤทธิ์ร้อน

“ยังยืนยันเหมือนเดิม แนะนำให้กินเป็นอาหาร กินขนมจีนน้ำยา กินแกงป่า แกงเลียง ให้กินเป็นอาหารเสริมสร้างภูมิต้านทาน ถ้าไม่เป็นอะไรก็ไม่ควรกิน”

เทคนิคการปลูกกระชาย

หากมีพื้นที่จำกัดสามารถปลูกในกระถางได้โดยใช้กระถางขนาดใหญ่มากกว่า 7 นิ้วขึ้นไป ดินควรเป็นดินปนแกลบ เพราะมีความร่วนซุยไม่อุ้มน้ำ เนื่องจากกระชายเป็นพืชที่มีรากลักษณะอวบน้ำต้องการชุ่มชื้นตลอดเวลา ชอบดินที่มีความชื้นแต่ต้องไม่แฉะ เพราะหัวกระชายจะเน่าง่าย และไม่ใส่ดินแน่นจนเกินไป

ส่วนใครที่มีพื้นที่มากสามารถปลูกใต้ร่มเงาไม้อื่น หรือยกแปลงเล็กน้อยไม่ให้น้ำท่วมขัง การปลูกในดินร่วนกระชายจะเจริญเติบโตได้ดี และการขยายตัวของรากกระชายจะขยายได้ดีในดินปนแกลบ

น้ำกระชายขาว เครื่องดื่มเสริมภูมิคุ้มกัน

สูตรกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก

ส่วนประกอบ

🢒 กระชายขาวหั่น 500 กรัม

🢒 น้ำ 1,500 มิลลิลิตร

🢒 น้ำมะนาว 120 มิลลิลิตร

🢒 น้ำผึ้ง 150 มิลลิลิตร

วิธีทำ

หั่นกระชายเป็นท่อนเล็กๆ ปั่นในเครื่องปั่น ผสมน้ำเปล่าลงไป

นำมากรองด้วยกระชอนและผ้าขาวบาง

.ใส่น้ำมะนาวและน้ำผึ้งที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน ชิมรสชาติตามชอบ

น้ำกระชายน้ำผึ้งมะนาวสูตรนี้ใช้เป็นเครื่องดื่มสมุนไพรส่งเสริมสุขภาพตามสรรพคุณเภสัชสมุนไพร สามารถบรรจุขวดปิดฝาเก็บใส่ตู้เย็นได้ ช่วยให้ดื่มได้ง่ายขึ้น ทำให้รู้สึกสดชื่น

ขนาดรับประทาน

ดื่มวันละ 1 ครั้งก่อนอาหารเช่าหรือเย็น ครั้งละ 1 แก้วกาแฟ (150 มิลลิลิตร)

ประโยชน์

เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านการอักเสบ

ช่วยปรับฮอร์โมนในร่างกาย

ขับลม แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ

ช่วยให้ระบบการทำงานของทางเดินอาหารดีขึ้น

สมุนไพรในครัวรักษาเส้นเลือดอุดตัน แก้อัมพาตระยะแรก

พุทธวิธีบำบัดโรคหลวงปู่เจียม วัดคีรีวงก์

ส่วนประกอบ

🢒 กระชายสด 1 กำมือ

🢒 พริกไทย 1 ช้อนชา

🢒 กระเทียม 10 หัว

🢒 ขิงสด 1 แง่ง

วิธีทำ

นำสมุนไพรทั้งหมดต้มกับน้ำ 3-4 ลิตร นาน 30 นาที กรองเอาแต่น้ำไว้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น วันละ 2 ครั้ง ครั้งละ 2 แก้วกาแฟ

น้ำสมุนไพรที่เหลือให้อุ่นทุกวันเก็บไว้รับประทานต่อจนหมด

ยอดยาต้ม บำรุงตา ไต

พุทธวิธีบำบัดโรคหลวงปู่เจียม วัดคีรีวงก์

ส่วนประกอบ

🢒 กระชายสดหั่น 50 กรัม

🢒 ตระไคร้สดหั่น 50 กรัม

🢒 น้ำดอกอัญชัน 50 กรัม

วิธีทำ

ต้มน้ำ 3-4 ลิตรให้เดือด แล้วนำสมุนไพรทั้งหมดใส่ลงไปต้มต่ออีก 30 นาที

กรองเอาแต่น้ำสมุนไพรไว้ดื่มก่อนอาหารเช้าและเย็น ครั้งละ 1 แก้วกาแฟ

สรรพคุณ

เป็นยาต้มใช้ดื่มบำรุงและช่วยชะลอความเสื่อมของดวงตาและไต

ตำรายาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์

ตำรายาพิเศษกล่าวถึงยาขนานต่างๆ เช่น ยาอายุวัฒนะ ตำราแก้ลมในท้อง ตำราแก้กษัย แก้อาการไม่มีแรง ยาหยอดยา การปรุงยานัตถ์ ยาพอกฝี ยาแก้ริดสีดวง แก้พิษอสรพิษ เป็นต้น เมื่อกล่าวถึงยาขนานใดจะทรงกล่าวถึงที่มาของยาขนานนั้นๆ แล้วจึงกล่าวถึงสรรพคุณ ยาขนานใดมีตำนานก็มีเรื่องเล่าประกอบ เช่น เรื่องพระธุดงค์ไปตามหาต้นกะเพราแดงในป่า พบคนโบราณร่างกายใหญ่โตเหมือนยักษ์ และได้สูตรชะลอความชรามา หรือเรื่องที่พระอาวุโสรูปหนึ่งบวชเมื่ออายุมากแล้วจะไปมนัสการพระบาทพระฉาย ระหว่างทางพบพระหนุ่มรูปหนึ่ง เมื่อสอบถามได้ความว่าพระหนุ่มรูปนั้นเกิดในแผ่นดินสมเด็จพระนารายณ์มหาราช พระอาวุโสจึงขอตำรายา เมื่อนำมาปรุงฉันก็มีสุขภาพแข็งแรง มีกำลังเหมือนหนุ่มฉกรรจ์

สำหรับในตอนนี้จะขอยกตัวอย่างตำรายาพิเศษของสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ที่มีส่วนผสมของกระชาย ซึ่งเป็นตำรับยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ บำรุงกำลัง

ตำรายาพิเศษฯ บำรุงธาตุ

ส่วนประกอบสมุนไพร

🢒 กระชาย, รางแดง, แห้วหมู, ตะโกนาเปลือกดำ, เปลือกประคำไก่, รากแจง, สมอไทย

วิธีทำ

นำสมุนไพรทั้งหมดหนักเท่ากันตากแดดให้แห้ง บดเป็นผง ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนขนาดเท่าปลายนิ้วก้อย กินก่อนนอนทุกวัน

สรรพคุณ

เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง

ฤดูฝนปีนี้แม่ยังคงขยันปลูกผักพื้นบ้านไว้กินเองอย่างเช่นเคย ผืนดินที่ชุ่มฉ่ำจากสายฝนตามฤดูกาลช่วยให้เมล็ดพันธุ์ที่แม่หว่านไว้เติมโตงอกงามและใช้ดูแลสุขภาพทุกคนในครอบครัวในฤดูกาลต่อๆ ไป 

นิตยชีวจิต ปีที่ 23 ฉบับที่ 551 เดือนกันยายน 2564

3 พฤศจิกายน 2564

By STY/Lib

Views, 5599