เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

มุมมองจากแพทย์แผนปัจจุบันต่อวิกฤติสุขภาพปี 2564 (ตอนที่ 3)

CONVENTIONAL MEDCINE ASPECTมุมมองจากแพทย์แผนปัจจุบันต่อวิกฤติสุขภาพปี 2564 (ตอนที่ 3)

DAILY ROUTIN OFR BETTER IMMUNITY กิจวัตรประจำวันสร้างภูมิคุ้มกันสู้โรคระบาด

นายแพทย์สมบูรณ์ รุ่งพรชัย แพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและเวชศาสตร์การกีฬา ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ (Vital) เครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ระบุว่า ในฐานะของแพทย์ที่ทำงานด้านส่งเสริมสุขภาพ จึงอยากให้ประชาชนหันมาสร้างภูมิต้านทานให้ตนเองมีสุขภาพแข็งแรงเป็นพื้นฐาน โดยมี 2 ประเด็นหลักที่ต้องใส่ใจ ดังนี้

ประเด็นที่ 1 กินอาหารที่มีวิตามินเกลือแร่ครบถ้วน เนื่องจากเราพบว่าในช่วงการระบาดคนกินอาหารสดน้อยลง วิตามินและเกลือแร่ที่ร่างกายต้องการล้วนอยู่ในผักผลไม้สด

“ผมขอส่งเสริมให้ทุกๆ ท่านมองหาตลาดหรือห้างสรรพสินค้าที่มีอาหารสดขายและเข้าถึงได้ง่าย ขอให้มีผักผลไม้สดในทุกๆ มื้อ”

ประเด็นที่ 2 หมั่นออกกำลังกาย ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงการระบาดของโควิดมีตัวเลขที่น่าสนใจในอเมริกาที่สำรวจพบว่าประชากรร้อยละ 40 มีน้ำหนักขึ้นคิดเป็นร้อยละ 10 จากน้ำหนักตั้งต้น

เมื่อพิจารณาปัญหาสุขภาพลงไปในรายละเอียดระดับกลุ่มประชากร เราจะเห็นปัญหาชัดเจนขึ้น โดยพบว่าในช่วงการระบาดของโควิดทำให้ผู้ชายมีการดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่มากขึ้น ส่วนผู้หญิงมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น เด็กๆ ก็ไม่ได้วิ่งเล่นในพื้นที่กว้างๆ ตามปกติ ประกอบกับต้องปรับตัวมาเรียนออนไลน์ ทำให้ขาดการออกกำลังกายและจิตใจพลอยหดหู่ลงไปด้วยเพราะขาดการพบปะเล่นกับเพื่อนๆ ตามวัย

“สรุปว่า ทุกเพศทุกวัยมีรูปแบบพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปและมีความเครียดสะสมมากขึ้น จึงส่งผลให้มีแนวโน้มภูมิคุ้มกันลดลงไปโดยปริยาย”

เมื่อเห็นปัญหาเช่นนี้ นายแพทย์สมบูรณ์จึงระบุถึงแนวทางการฟื้นฟูระบบภูมิคุ้มกันสู้โควิดไว้ 4 ข้อ ดังนี้

ข้อที่ 1 ทำความเข้าใจเรื่องการเสริมสร้างการทำงานของระบบภูมิคุ้มกันให้ถูกต้อง

“ทุกคนทราบดีว่าการรับวัคซีนไม่ได้แปลว่าเราจะไม่ติดเชื้อ ยิ่งเวลาผ่านไปโอกาสที่จะติดเชื้อก็จะเพิ่มขึ้น หรือกรณีที่เคยติดโควิดแล้ว ตอนนี้เราก็พบว่ามีคนไข้ติดโควิดรอบ 2 เพราะเชื้อมีการกลายพันธุ์”

“ดังนั้น การหวังพึ่งวัคซีนหรือยารักษา ผมอยากให้มองว่าเป็นส่วนหนึ่ง แต่การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันจากสิ่งที่เราปฏิบัติเป็นกิจวัตรทุกวันเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องตั้งใจทำให้ต่อเนื่อง”

ข้อที่ 2 ควบคุมน้ำหนัก

“ผมอยากจะชี้ให้เห็นว่า หากคุณมีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น โรคไต โรคหัวใจ โรคปอด โรคเบาหวาน หากในช่วงโควิดระบาดนี้มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนร่วมด้วยให้นับเป็นตัวคูณที่จะทำให้อาการโควิดรุนแรง”

“ดังนั้น เราต้องหมั่นควบคุมน้ำหนัก ดูแลเรื่องอาหารและออกกำลังกายเป็นประจำเพื่อตัดปัจจัยเสี่ยงตรงนี้ออก อีกเรื่องที่อยากให้ฝึกเป็นประจำคือ การหายใจเข้า-ออกให้ลึกและยาวเพื่อเสริมสมรรถภาพปอด”

ข้อที่ 3 พักผ่อนให้มีคุณภาพ

“ต้องยอมรับว่า คนวัยทำงานหลายคนเมื่อต้องทำงานแบบ Work from Home ก็จะนอนดึก จึงอยากจะเตือนเรื่องการจัดสรรเวลาให้มีการเข้านอนตรงเวลาและสม่ำเสมอในเวลาเดิมทุกวัน จะทำให้คุณภาพการนอนหลับดี เมื่อคุณหลับลึก ร่างกายได้พักผ่อนให้เต็มที่ ภูมิคุ้มกันถึงจะดีครับ”

ข้อที่ 4 มองเห็นช่องว่างในการดูแลสุขภาพ

“โควิดทำให้เราเห็นว่า คนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและความรู้ความเข้าใจเรื่องสุขภาพที่ดีจะมีโอกาสรอดสูงกว่าคนที่มีฐานะทางเศรษฐกิจและเข้าถึงข้อมูลสุขภาพได้น้อยกว่า”

“สิ่งที่ผมอยากจะฝากคือ เราทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคม หากมีโอกาสจะส่งต่อหรือให้ความช่วยเหลือด้านใดได้ก็ควรทำ เพราะในสถานการณ์เช่นนี้เราต้องร่วมมือร่วมใจกันทำให้สมาชิกในสังคมที่เดือดร้อนผ่านช่วงวิกฤติเช่นนี้ไปให้ได้”

“ที่ผ่านมาผมเองมีโอกาสได้ไปช่วยให้ข้อมูลในการดูแลสุขภาพใน Club House ซึ่งเป็นอีกแพลตฟอร์มหนึ่งในการสื่อสาร ส่วนตัวผมคิดว่า เรื่องสุขภาพเราต้องลงมือทำและทำได้ทันที โดยเนื้อหาที่สื่อสารบ่อยๆ คือ เรื่องอ้วน เพราะจะเป็นปัจจัยเพิ่มความเสี่ยงทำให้อาการโควิดรุนแรงขึ้น”

ในช่วงท้ายนายแพทย์สมบูรณ์ได้แนะนำวิธีดูแลสุขภาพใบแบบที่ตนเองปฏิบัติเป็นประจำ 4 ข้อ ดังนี้

❖ ออกกำลังกายช่วงเช้า

ตื่นมาแล้วบริหารร่างกาย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เน้นการวิดพื้นและทำไซด์แพลงก์เพื่อให้แกนกลางลำตัวแข็งแรง มีการพักเพื่อนวดท้องเป็นการกระตุ้นระบบขับถ่าย

❖ มีการเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ

ส่วนตัวใช้วิธีเดินเป็นหลัก ตอนแรกเป็นการแก้ปัญหารถติด เพราะถ้าขับรถจะใช้เวลาบนท้องถนนนานมาก พอเลือกวิธีเดินแล้วประหยัดเวลาได้มากกว่า แต่พอทำบ่อยๆ เข้าก็กลายเป็นพฤติกรรมสร้างสุขภาพไปโดยปริยาย

❖ อาหารเน้นผักผลไม้

ต้องมีผักผลไม้สดและโยเกิร์ตติดตู้เย็นไว้เสมอ ลดแป้งในอาหารแต่ละมื้อ ดื่มน้ำเปล่าให้เพียงพอ อย่าปล่อยให้ร่างกายขาดน้ำ

❖ กินวิตามินและแร่ธาตุ

หลักๆ มีดังนี้

วิตามินซี เน้นการกินจากผักผลไม้สด ถ้าไม่ได้ให้กินวิตามินซีที่สกัดจากธรรมชาติวันละ 500-1000 มิลลิกรัม

วิตามินดี แนะนำที่วันละ 2,000 IU

อื่นๆ ได้แก่ โฟเลต สังกะสี และโอเมก้า-3

❖ กินอาหารเย็นให้เร็วขึ้น

ไม่ควรเกิน 19.00 น. และต้องเป็นอาหารเบาๆ ที่ย่อยง่าย เพื่อระบบย่อยจะได้ไม่ต้องทำงานหนัก เน้นผักผลไม้สดและอาหารที่มีโพรไบโอติกส์ ลดการเกิดกรดไหลย้อนและทำให้คุณภาพการนอนหลับดี

นิตยสารชีวจิต ปีที่ 23 ฉบับที่ 553 เดือนตุลาคม 2564

17 พฤศจิกายน 2564

By STY/Lib

Views, 124