เย็นศิระเพราะพระบริบาล ด้วยเกล้า ด้วยกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่กรมสุขภาพจิต

ตระหนักไม่ตระหนก covid-19 ตระหนักไม่ตระหนกก้าวผ่านวิกฤติ covid-19

สุขภาพจิตนี้ขายไม่ได้ แม้แต่ให้ก็ยาก แต่ว่าจะต้องเพาะ

พระบรมราโชวาท: ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่บัณฑิตมหาวิทยาลัยมหิดล ปี พ.ศ. 2522
รองนายกรัฐมนตรี รมต.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
รมช.สาธารณสุข: กล่าวในโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข
ยินดีต้อนรับ: อธิบดีกรมสุขภาพจิต พญ. อัมพร เบญจพลพิทักษ์
กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข ร่วมต่อต้านการใช้สารพิษฆ่าหญ้า คลอร์ไพริฟอส พาราควอต ไกลโฟเซต

บทความด้านสุขภาพจิต

อ.อดเหล้า-เลิกบุหรี่อย่างไรพึ่งตน พ้นภัยโรคร้าย (ตอนที่ 1)

อ.อดเหล้า-เลิกบุหรี่อย่างไรพึ่งตน พ้นภัยโรคร้าย (ตอนที่ 1)

ก้าวทันสุขภาพ เรื่องโดย... นพ.สมเกียรติ แสงวัฒนาโรจน์ ชมรมป้องกันและฟื้นฟูหัวใจ สมคมแพทย์โรคหัวใจแห่งประเทศไทยฯ สมาคมความดันโลหิตสูงแห่งประเทศไทย

ปี พ.ศ.2562 ชายไทยตายจากการดื่มสุรา 102 คนต่อชายไทยแสนคน หญิงไทย 12 คนต่อหญิงไทยแสนคน และตายจากการสูบบุหรี่ และดมควันบุหรี่ (second hand smoke) 170 คนต่อชายไทยแสนคน (163 คนจากการสูบบุหรี่) ส่วนหญิงไทย 35 คน ต่อหญิงไทยแสนคน (19 คนสูบบุหรี่) (https://vizhub.healthdata.org/gbd-compare) ในขณะที่โรคระบาดโควิด-19 ตั้งแต่ ก.พ.2562 57’ 16 มิ.ย.2564 ทำให้คนตายจากโควิดฯ 2.2 คนต่อคนไทยแสนคน เท่านั้น (www.worldometers.info/coronavirus)

อัตราการตายจากดื่มสุรา (แอลกอฮอล์) ในปี พ.ศ.2552-2557 เพิ่มขึ้นจาก 83 เป็น 92 คนต่อชายไทยแสนคน และเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยจาก 10.0 เป็น 10.5 ต่อหญิงไทยแสนคน ทั้งๆ การดื่มสุราในช่วงเวลาดังกล่าวของชายไทยและหญิงไทยลดลง (จาก 56.2% เป็น 43.2% ในหญิงไทย) อัตราการตายจากการสูบบุหรี่และดมควันบุหรี่ ก็เป็นในทำนองเดียวกัน (การสำรวจสุขภาพคนไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2552 และครั้งที่ 5 ปี พ.ศ.2557)

แม้ว่าใน 10 ปีที่ผ่าน คนไทยมีแนวโน้มของการดื่มสุราและสูบบุหรี่ลดลง (ร้อยละของคนที่ดื่มสุราหรือสูบบุหรี่ลดลง) แต่อัตราการตายจากเหล้าและบุหรี่ (ต่อคนไทยแสนคน) ของคนไทยก็ยังสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงให้เห็นว่า ภัยจกการดื่มสุรา-สูบบุหรี่ของคนไทยมากขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่ผ่านไป

ดังนั้น การอดเหล้า เลิกบุหรี่ โดยเฉพาะในชายไทย จะช่วยลดการตายก่อนวัยอันควร และยังลดการป่วย พิการ จากโรคที่มากับเหล้า-บุหรี่ได้อีกมากมาย

รสอร่อยของเหล้า-บุหรี่

ชาวโลก ชาวไทย ติดเหล้า ติดบุหรี่ ก็เพราะความสุขที่เรียกว่า ความสุขที่คุณดื่มได้ สูบได้ เสพได้ ไม่ว่าเป็นความสุขทางกาย ทางใจ ทางสังคมสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ความสุขทางจิตวิญญาณ เช่น ความสุขตามความเชื่อที่เชื่อว่า ดื่มเหล้า สูบบุหรี่แล้วเพิ่มบารมี อยู่ร่วมเข้าสังคม มีเพื่อนมากดื่มแอลกอฮอล์แล้วฆ่าเชื้อโควิด-19 ได้ หรือสร้างภูมิต้านทานโรคโควิดได้ เป็นต้น

ความเคยชินกับความสุขดังกล่าว ทำให้ติดเหล้า ติดบุหรี่ ยาเสพติด เมื่อขาดการสูบ การเสพ ก็จะเกิดความไม่สบายกาย ไม่สบายใจ เครียด ตามมา (ขาดไม่ได้ ขาดแล้วเกิดทุกข์) และเมื่อหาความสุขอื่นที่ถูกกว่า สะดวกกว่า ง่ายกว่า แทนการดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ไม่ได้แล้ว ก็ไม่มีทางที่จะเลิกเหล้าหรือละบุหรี่ได้

เปรียบเหมือนเด็กติดของเล่น เด็กเล็กติด “ของเด็กเล่น” เด็กโตติดเกม เพราะมีความสุขจากสิ่งที่ติด สิ่งที่เล่น แต่เมื่อโตเป็นผู้ใหญ่ ก็สามารถเลิกของเล่น เลิกติดเกม ได้

เพราะอะไร????

เพราะมีความสุขจากของ “ผู้ใหญ่เล่น” ทดแทนซึ่งมีความสุขกว่า (อร่อยกว่า) ง่ายกว่า เป็นที่ยอมรับของสังคม จึงเลิก “ของเด็กเล่น” ได้

เห็นโทษโดยความเป็นโทษ

โทษภัยของการดื่มสุรา สูบบุหรี่ ทุกคนทราบดี

แต่บางคนกลับเห็นโทษโดยความเป็นสุข สนุกสนาน เห็นโทษโดยความเป็นของโก้เก๋

บางคนเห็นรสอร่อยของการดื่มสุรา สูบบุหรี่มากกว่าโทษ หรือบางคนก็ “รู้หมด อดไม่ได้” แม้แต่แพทย์ บุคลากรสาธารณสุข ที่สอนให้คนอื่นอดเหล้า เลิกบุหรี่ ยังดื่มสุรา สูบบุหรี่ ก็มีอยู่

ผู้รู้แต่โบราณได้สอนโทษของการดื่มสุรา (อันเป็นที่ตั้งแห่งความประมาท) ไว้ 6 ประการ คือ

เสื่อมทรัพย์ สร้างศัตรู ไม่รู้อาย

เสียชื่อ ซื่อบื้อ เหล้า คือ โรค

ส่วนโทษภัยของการสูบบุหรี่ 3 ประการ คือ

เสื่อมทรัพย์

เสียชื่อ บุหรี่ คือ โรค

❶ เสื่อมทรัพย์

เสียเงินทองที่หามาได้โดยความยากลำบากไปกับค่าเหล้า ค่าบุหรี่ วันละ เดือนละ ปีละเท่าไหร่ และยังต้อง เสียทรัพย์สินเงินทอง กับการรักษาโรคที่ตามมาอีกเท่าไหร่ บางคนเป็นหนี้เป็นสินเพิ่มขึ้น ก็เพราะติดเล้า ติดบุหรี่ หรือยาเสพติด บางคนก่ออาชญากรรม ผิดศีลกรรม เพื่อหาเงินมาดื่มเหล้า สูบบุหรี่ ยาเสพติด เป็นต้น

❷ สร้างศัตรู

บางคนใช้เหล้า เป็นเครื่องมือเข้าสังคม หาเพื่อน ในขณะเดียวกัน วงเหล้าก็เป็นที่สร้างศัตรูได้ในเวลาเดียวกัน เพราะประมาทขาดสติ ก็ทะเลาะวิวาท ถึงกับทำร้ายร่างกาย ถึงแก่ชีวิต ก็มีให้เห็นเป็นประจำ

❸ ไม่รู้อาย

คนที่เมาเหล้า เมายา เป็นคนที่ขาดสติ ไม่สามารถควบคุมความคิด การพูด การกระทำได้เหมือนคนบ้า บางคนแก้ผ้าเปลือยกาย อุจจาระ ปัสสาวะกลางถนน โดยไม่มีความอับอายต่อคนในสังคม

❹ เสียชื่อ

ชื่อเสียงของคนขี้เมา ขี้ยา ย่อมเสียหายไม่มีใครอยากคบหาด้วย หาคู่ครองได้ยาก ไม่มีใครอยากแต่งงานหรือเป็นญาติเกี่ยวพันด้วย

❺ ซื่อบื่อ

เหล้า-บุหรี่เป็นเหคุปัจจัยที่สัมพันธ์กับสมองเสื่อม เป็นเหตุแห่งการทอนกำลังปัญญาความเฉลียวฉลาด

❻ เหล้า-บุหรี่ คือโรค

เป็นบ่อเกิดแห่งโรค

หมอชาวบ้าน ปีที่ 43 ฉบับที่ 508 เดือนสิงหาคม 2564

(อ่านต่อตอนหน้า)

25 พฤศจิกายน 2564

By STY/Lib

Views, 24